| View previous topic :: View next topic |
| Author |
Message |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Mon Apr 14, 2008 11:05 am Post subject: [FIC]_Fatal_Fate_ <1827> (yaoi)part 4+5+6+7รวด |
|
|
<Fic Reborn> Fatal fate [1827]=ฮิบาริxสึนะ
Rate:G (อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามลำดับ)
อาจมีตัวละครไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง หรือตัวละคร AU
เป็นแนวชายรักชาย ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่นิยมสาย yaoi
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Part 1
ติ๊ก... ติ๊ก..... ติ๊ก....
ร่างเล็กหลับตาอย่างใจจดใจจ่อ รอคอยบางสิ่งบางอย่าง………
ติ๊ก... ติ๊ก.....
ใกล้แล้ว.......5....4....3......2....1.....
กริ๊งงงงงงงงง!!!!!!!!
เสียงออดโรงเรียนดังขึ้น พร้อมกับอาจารย์ที่หยุดการสอนลงโดยไม่ลืมคำพูดทิ้งท้ายไว้
เหมือนทุกๆวัน
“หมดเวลาแล้ว ขอให้นักเรียนทุกคนกลับบ้านโดยปลอดภัย แล้วก็อย่าลืมการบ้านที่ครูให้เธอ
ไปละ”
“ครับ//ค่ะ”
“หาววววว” ร่างบางยืนขึ้นบิดขี้เกียจ นี้แหละเวลาที่เขาชอบที่สุด จะได้ไม่ต้องทนนั่งเรียนทั้งที่เขาก็หูทวนลมอยู่ตลอดเวลา “สึนะหาวใหญ่เลยนะ” ยามาโมโตะพูดโดยไม่ลืมแทงศอกใส่สึนะ
“ไอ้บ้าเบสบอล..อย่ามาตีสนิทกับรุ่น 10 นะเฟ้ย!!!!!!” เสียงโวยวายของเด็กหนุ่มผมเงินดังขึ้น
โดยคนที่โดนว่ายังคงหัวเราะร่าไม่แสดงความเกรงกลัวต่ออีกฝ่ายแต่อย่างใด
“น่าๆเรารีบกลับบ้านกันดีกว่านะ” เสียงใสของสึนะดังขึ้นทำให้เจ้าตัวได้แต่มองคนที่เอาแต่ยิ้มอย่างค้อนๆ
“หือ.....” ยามาโมโตะหยุดเดินกะทันหัน ทั้ง 2 หันกลับไปมอง “เป็นบ้าอะไรของแกอีกวะ”
โกคุเทระถามอย่างหงุดหงิด ทว่าร่างสูงกลับพุ่งเข้าใส่โกคุเทระและสึนะจนทั้ง 2 ล้มลงไปกับพื้น
พริบตาเดียวกระสุนจำนวนมากก็สาดใส่เสาไฟฟ้าที่อยู่หน้าพวกเขาจนเป็นรูพรุนไปหมด
“อะ...อะไรนะ” สึนะร้องอย่างหวาดหวั่น โกคุเทระยืนขึ้นมากันหน้าร่างเล็กพร้อมกับยามาโมโตะ
สิ่งที่เห็นคือชายร่างสูงนับ 10 ที่สวมเสื้อผ้าสีดำทั้งหมดพกปืนออกมาเตรียมยิงใส่คนข้างหน้า
“แกกล้ามากที่คิดทำร้ายรุ่น10” โกคุเทระกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหพร้อมระเบิดที่เต็มอยู่ในมือ
“นั้นซิ คิดทำร้ายสึนะคงปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว” ยามาโมโตะพูดพร้อมกับดาบในมือ
สึนะเหงื่อแตกหน้าซีดทันที ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แต่เป็นเพราะสวัสดิภาพของคนทั้ง 10 ที่ไม่อาจสมประกอบเหมือนเดิมอีก หรืออีกทีอาจตามโหงโดยไม่ได้ร่ำลาลูกเมียเป็นแน่.........
ผ่านไป 2 ชม.
ชายชุดดำนอนเกลื่อนบนพื้นโดยมีผู้ชนะคือสหายของร่างบาง
“นึกว่าจะแน่” ร่างเพรียวพูด ยามาโมโตะหัวเราะพร้อมกับเอามือมาโอบที่คอโกคุเทระตามปกติ
“ไอ้บ้าเบสบอล!!!อย่ามาตีสนิทกับฉันนะเฟ้ย!!!” โกคุเทระโวยวายตามปกติ แต่สึนะกลับสังเกตเห็นความผิดปกติของหนุ่มผมเงิน - ว่าแต่ทำไมหน้าของโกคุเทระถึงต้องแดงแบบนั้นด้วยนะ-
ขณะที่ทั้ง 2 กำลังถกเถียงกันอยู่ (อีกคนก็ได้แต่หัวเราะลูกเดียว....) เสียงปรบมือของใครบางคนดังขึ้นทำให้ทั้ง 3 ต้องหันไปมอง ร่างของเด็กชาย อายุราวๆ 8 ขวบที่ยืนมองอยู่บนเสาไฟฟ้า ใส่เสื้อผ้าเหมือนตัวตลกโจ๊กเกอร์ ผมสีเขียวชี้ไม่เป็นทรง ใบหน้าที่เพนท์ขาวทั้งหมดและดวงตาสีครามจ้องมองเบื้องร่างอย่างไม่หยี่ระใดๆ
“ผมว่าแล้วว่าพวกคุณมีความสามารถ เก่งจริงๆเลย สมกับเป็นวองโกเล่แฟมิลี่” เสียงใสของเด็กน้อยดังขึ้นแต่ฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนพิษร้ายแรงที่อันตราย
“แกเป็นใคร” โกคุเทระถาม เด็กน้อยหัวเราะแล้วกระโดดลงมาบนพื้นโดยที่ไม่บาดเจ็บอะไรเลย
-อะไรกัน...เจ้าเด็กนี้ไม่เป็นอะไรเลยหรือ- สึนะมองอย่างสงสัย จู่ๆดวงตาสีฟ้าครามก็หันมาสบตากลมโตของร่างบางราวกับรู้ความคิด
“ไม่ต้องตกใจไปหรอกคุณวองโกเล่รุ่นที่ 10 เผอิญว่าผมเป็นพวกมีความสามารถพิเศษแบบที่พวกคุณมีนั้นแหละ”
สึนะถูกโกคุเทระดึงให้ไปอยู่ด้านหลัง พร้อมหยิบระเบิดขึ้นมา “ไอ้เด็กนี้อันตราย หลบไปครับรุ่น 10”
“แหม่ๆน่ากลัวจังเลย ” ร่างเพรียวขว้างระเบิดใส่เด็กชายผมเขียวทันที โดยที่เด็กชายไม่หลบหลีกแต่อย่างใด
บรึ้ม!!!!!!!
“หึ...ไอ้เด็กปากดี” คำพูดพึ่งพอใจของโกคุเทระมีไม่นานเมื่อควันระเบิดนั้นจางหายไปพร้อมกับร่างของเด็กชายปริศนา
ที่ยังคงยืนอยู่ แต่ทว่ากลับมีบาเรียวงกลมสีม่วงเข้าล้อมตัวเอาไว้
“คุณนี้เป็นพวกเลือดร้อนจริงๆด้วย ผู้พิทักษ์วายุ”
-รู้เรื่องของวองโกเล่แฟมิลี่ถึงขนาดนี้ด้วยงั้นเรอะ- โกคุเทระคิด
“โกคุเทระถอยออกมา!!!” เสียงเรียกของยามาโมโตะดังขึ้น “หา!!!!!”
พริบตาเดียวเมื่อโกคุเทระหันกลับไปมองเจ้าเด็กนั้นก็ปล่อยลูกบอลบาเรียสีแดงออกมาใส่
“โกคุเทระ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
.
.
.
โกคุเทระค่อยลืมตา ร่างบางก้มมองร่างกายตัวเองพบว่าไม่มีอะไรบาดเจ็บ ความเปียกชื้นของน้ำตกลงบนหัวจนรู้สึกได้เมื่อเอามือเข้าไปจับ ก็พบกับน้ำสีแดงข้น – เลือด-
ขณะที่โกคุเทระจะตัดสินใจว่าตัวเองหัวแตกก็พบกับเลือดที่ไหลมากองอยู่ตรงหน้าเขา ไม่สิ ........นี้ไม่ใช่เลือดเรา......
ดวงตาของร่างบางเบิกกว้างเมื่อเห็นยามาโมโตะยืนขวางเขาอยู่พร้อมกับเลือดที่ไหลมาอย่างไม่หยุดหย่อน
“ยะ..ยา....”น้ำเสียงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ ร่างสูงหันหน้ากลับมามองดวงสายตาที่อ่อนแรง
“ไม่เป็นไรนะโกคุเทระ” โกคุเทระมองอย่างไร้สติเหมือนกับทะลุผ่านภาพเบื้องหน้าไป พอพบว่าร่างบางไร้ซึ่งบาดแผล
ยามาโมโตะก็คลี่ยิ้มมาอย่างอ่อนโยน “ดะ...ดี...แล้ว..ละ...นะ”
ตึง!!!!!!!!!!!!!!!
.
.
.
.
.
“ยามาโมโตะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เสียงกรีดร้องของโกคุเทระดังขึ้น เด็กหนุ่มผมเงินรีบลงไปทรุดนั่งข้างร่างสูงที่นอนหมดสติพร้อมกับเลือดที่ไหลออกจากช่องท้องไม่หยุดหย่อน
“ยามาโมโตะ…..”สึนะพูดขึ้น เม็ดเหงื่อผุดออกทั่วใบหน้าแม้กลิ่นคาวของเลือดคลุ้งไปทั่วชวนเอียน แต่ความแค้นที่มีต่อเด็กชายปริศนามันกลบเกลื่อนทุกสิ่ง
“ฟื้นซิ.....ฉันบอกให้ฟื้นไง!!!!!ไอ้บ้า!!!!ฟื้นซิ!!!!!!!!.” โกคุเทระเขย่าตัวร่างที่นอนนิ่งน้ำตาไหลอาบใบหน้าสวย
ไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากร่างสูง โกคุเทระดึงร่างสูงขึ้นมาในอ้อมอก ใบหน้านวลซุกลงเข้าหาหน้าที่ไร้สติของหนุ่มเบสบอล
เด็กผมเขียวมองภาพทั้ง 2 ด้วยความสมเพช
“คนๆนี้สำคัญน่าดูเลยซินะครับนี้คงเป็นข้อมูลใหม่ได้ละมั้ง...ผู้พิทักษ์แห่งวายุและพิรุณเป็นคู่รักกัน”
เด็กน้อยหัวเราะลั่น แต่ทว่าเสียงหัวเราะกลับขาดหายไปเมื่อถูกต่อยจนกระเด็นไปกลิ้งนอนกับพื้น
“เลิกร้องไห้ได้แล้วโกคุเทระ” ร่างบางเงยหน้ามองเจ้าของต้นเสียง “รุ่น 10.....”
สึนะพร้อมกับถุงมือ x glove ใบหน้าสวยหันกลับมามองเพื่อนสนิทของตน
“ฉันจัดการเจ้านี้เองนายพายามาโมโตะหลบไปก่อน แล้วเรียกรถพยาบาลมาด้วย”
โกคุเทระพยักหน้าก่อนจะแบกร่างสูงไปหลบตามที่สึนะบอก
เด็กชายปริศนาลุกขึ้นยืนเช็ดเลือดที่มุมปากแล้วยิ้ม “ผมละไม่อยากสู้กับคุณเลย กลัวจะพลั้งมือฆ่าแทนที่จะจับเป็น”
สึนะมองเด็กชายด้วยดวงตาไร้ความรู้สึก ดวงตาสีเขียวจ้องมองกลับอย่างขบขันราวกับเป็นเรื่องสนุก
ร่างบางพุ่งตัวเข้าใส่ออร่าไฟโหมกระหน่ำเทียบเท่ากับจิตใจที่โกรธแค้นอย่างบ้าคลั่ง
สึนะชักหมัดเข้าจู่โจม เด็กชายกระโดดถอยออกมาในมือถือคธาลูกแก้วสีม่วงแล้วบักลงกับพื้นวงแหวนพื้นที่รอบๆตัวโอบล้อมด้วยบาเรียสีม่วงนั้น “สร้างเกราะป้องกันแล้วคิดว่าฉันจะทำลายไม่ได้รึไง” สึนะพูด
“ประมาณนั้นละครับ” กำปั้นที่เต็มไปด้วยออร่าไฟเข้าปะทะบาเรียจนเกิดประกายไฟ
สักพักความรู้สึกเหมือนชาที่มือเริ่มไล่ลามจนกระทั้งไปหมดทั้งตัว “อ๊ากกกกกกกกก!!!!” สึนะกระเด็นออกไปพร้อมกับประกายของสายฟ้าที่ปล่อยออกมาจากบาเรียนั้น
สึนะพยายามดันตัวเองให้ลุก แต่เนื่องจากการโจมตีเมื่อกี๊ทำให้ร่างกายของเขาขยับไม่ได้
เด็กชายเดินเข้ามาจนใกล้ร่างบางที่นอนคว้ำบนพื้น “เอาละยอมให้จับไปซะดีๆเถอะ”
เสียงหว๋อของรถตำรวจดังขึ้นพร้อมกับรถพยาบาล เด็กชายหันหน้ากลับมองต้นเสียงอย่างอารมณ์เสีย
“ชิ....พวกจุ้นไม่เข้าเรื่อง” ก่อนจะกระโดดขึ้นบนฝากฟ้าคธาลูกแก้วแหวกกลางอากาศเปิดช่องมิติบิดเบี้ยวคล้ายหลุมดำออกมา
“หวังว่าคราวหน้าคุณจะยอมมากับเรานะครับ “ ร่างเล็กกระโจนหายไปพร้อมกับช่องหลุมดำนั้น
ตาสีน้ำตาลพร่ามั่วสิ่งสุดท้ายที่เห็นคือภาพของตำรวจที่เข้ามาและพวกหมอกับพยาบาลกำลังหอบร่างของเขาไป
TBC
Last edited by blood_hana on Fri Apr 25, 2008 8:00 am; edited 2 times in total |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Apr 18, 2008 11:15 am Post subject: |
|
|
Part 2
“ที่นี้ที่ไหน?” สึนะค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วสำรวจในห้องที่ตนอยู่ “ฟื้นแล้วเหรอ”
เสียงคุ้นหูดังขึ้นร่างบางหันไปมองต้นเสียงนั้น “รีบอร์น” เด็กตัวจิ๋วกระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆสึนะ
“นายสลบไปตั้ง 3 วันนะ” สึนะยกมือขึ้นกุมหัว ภาพในเหตุการณ์ก่อนที่เขาหมดสติค่อยๆปรากฏขึ้น และ.....และ..
“ยามาโมโตะ!!!!”ร่างบางกระเด้งขึ้นนั่ง “ยามาโมโตะละเป็นไงบ้าง” อาจารย์สอนพิเศษนิ่งเงียบก่อนจะพูดต่อ
“ตามมา...”
ติ๊ด......ติ๊ด.........ติ๊ด.......
เสียงสัญญาณเครื่องวัดชีพจรดังตลอดเวลาในห้อง icu มองเห็นร่างสูงที่นอนนิ่งไร้สติอยู่ภายใน หน้ากากออกซิเจนยังคงครอบไว้บนปาก พร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล
“โกคุเทระ!!!”สึนะร้องเรียกร่างบางที่ยืนมองหน้ากระจกใสของห้อง icu
ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มไปด้วยความอ่อนล้าค่อยๆหันมา “รุ่น10.....”
โกคุเทระยิ้มฝืนออกมา “ดีจังที่ฟื้นแล้วขอโทษนะครับที่ไม่ได้ไปเฝ้า” สึนะส่ายหน้าแล้วยิ้ม
“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่อาการของยามาโมโตะเป็นไงบ้าง” โกคุเทระหันหน้ากลับไปมองร่างสูงผ่านกระจกอีกครั้ง
“หมอบอกว่า....อาการโคม่า..และอาจจะ...ไม่รอด” หนุ่มผมเงินพูดน้ำเสียงที่สั่นเครือและเบาลงในประโยคสุดท้าย
ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างขาทั้ง 2 ข้างอ่อนแรงแทบทรุดลงกับพื้นหากไม่ได้กำแพงมาค้ำไว้
- อะไรกัน -
“สึนะไปกันเถอะทางนี้ปล่อยให้โกคุเทระเข้าจัดการเอง เรามีเรื่องต้องคุยกัน” รีบอร์นพูด
ร่างบางพยักหน้าอย่างเลือนลอยแล้วเดินตามเด็กตัวจิ๋วไป
เมื่อร่างทั้ง 2 ลับตา เหลือเพียงหนึ่งคนที่ไม่รู้ว่าจะอยู่หรือตาย กับอีกหนึ่งที่ได้แต่เฝ้ามองขอปาฏิหาริย์
“พระองค์...”โกคุเทระซบหน้าลงกับมือเรียวที่แตะกระจกอย่างเบาๆ
“ได้โปรด....ช่วยยามาโมโตะที”
เสียงสะอื้นระงมในความเงียบ ได้แต่เพียงหวัง....หวัง....ว่าพระผู้เป็นเจ้าจะทรงเมตตาไม่ให้ความโหดร้ายนี้กับทั้ง2 คน
“สึนะ!!!!!” ซาวาดะ นานะวิ่งเข้าไปโอบกอดร่างเล็กของลูกชาย “ดีจริงๆที่ฟื้นแม่ดีใจจริงๆ”
ผู้เป็นร้องไห้สะอึกสะอื้นใหญ่ สึนะยิ้มอย่างอ่อนโยนกอดจะกอดตอบ “ไม่เป็นไรแล้วนะฮะ...แม่ผมกลับมาแล้ว”
ร่างบางขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนอย่างเงียบๆในหัวขบคิดถึงเรื่องในตอนนั้นเพียงอย่างเดียว “สึนะ”
เสียงเรียกของรีบอร์นทำให้เด็กหนุ่มผมน้ำตาลตื่นจากภวังค์
“ฉันรู้ว่านายเสียใจเรื่องยามาโมโตะแต่ตอนนี้เราต้องหาตัวคนร้ายให้ได้” เสียงเล็กของเด็กชายเตือนสติสึนะ
ร่างบางพยักหน้าตอบ รีบอร์นกระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าอิดโรยของว่าที่หัวหน้าวองโกเล่
“เรื่องทั้งหมดฉันฟังมาจากโกคุเทระแล้ว มันต้องการเอาตัวนายไปสินะ”
น้ำตาค่อยๆไหลรินออกมาจากดวงตากลมโต.......ทน....ต่อไปไม่ไหวแล้ว........
เพราะฉัน.................ถ้าฉันไม่อยู่ตรงนั้น...ยามาโมโตะก็คงไม่ต้องเจ็บตัว
ผัวะ!!!!!!!!
สึนะล้มไปกับพื้น ร่างบางลุกขึ้นมาจับแก้มที่โดนเด็กทารกเตะ “ทำบ้าอะไรของนาย!!!”
พูดไม่ทันขาดคำรีบอร์นก็เข้าตบหัวสึนะ จนหน้าทิ่มไปกระแทกกับพื้น “โอ๊ยยยยย”
สึนะร้องอย่างเจ็บปวด มือลูบหัวตรงบริเวณที่โดนตบจนหัวที่ฟูอยู่แล้วฟูหนักกว่าเก่า
“ฟังนะ.....หากนายเอาแต่ขี้แยเอาแต่โทษตัวเองแบบนี้มันก็ไม่ได้ช่วยให้ยามาโมโตะดีขึ้นมาหรอก” สึนะหยุดร้องไห้มือเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆแล้วเงยหน้ามองอาจาร์ยสอนพิเศษของตน
“ ตอนนี้เราคงต้องคุ้มกันนายอย่างเข้มงวด เพราะยังไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร ดังนั้นฉันคงต้องให้นายไปอยู่ที่อื่นซักพัก”
ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างขึ้น “ที่ไหน...แล้วแม่ฉันละ.....”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว” รอยยิ้มผุดขึ้นบนหน้าของรีบอร์น แต่ทว่านั้นทำให้สึนะรู้สึกถึงความซวยที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้.......
บรื้นนนนน!!!!!!
- เสียงแบบนี้ - สึนะคิด - ใช่เลย!!!!ไม่ผิดแน่เสียงรถนี้!!!!!-
ไม่นานนักเงาของคนที่สึนะคิดก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าต่าง แน่นอนมีคนเดียวเท่านั้นที่ชอบเข้ามาทางนี้....
ครืด!!
“ไง.......”
“คุณฮิบาริ!!!!”
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Apr 18, 2008 11:18 am Post subject: |
|
|
Part 3
“ด้วยเหตุนี้นายต้องไปอยู่บ้านฮิบาริจนกว่าจะได้ตัวพวกมันมา” รีบอร์นสรุปสั้นๆ
“ดะ...เดี๋ยวสิ...ทำไมต้องเป็นคุณ......”
โป๊กกกกกก!!!!!!
ทอนฟากระทบลงที่หัวฟูของสึนะ ร่างบางหมดสติล้มลงไปนอนกับพื้นโดยที่ยังพูดไม่จบ.....-*-
“น่ารำคาญ....ฉันละเบื่อสัตว์กินพืชจริงๆ” ฮิบาริพูด ร่างสูงแบกร่างบางที่หลับใหลไม่ได้สติขึ้นมาไว้บนบ่า
ดวงตาสีนิลมองรีบอร์นที่ยืนมองอยู่ “ดูแลเขาดีๆละ”
ร่างสูงยิ้มเย็นก่อนจะตอบกลับ “ ช่วยไม่ได้ยังไงฉันก็ต้องการสร้างบุญคุณกับแกอยู่แล้ว”
“ สึนะเสียงอะไรนะลูก” ซาวาดะ นานะเดินขึ้นมาบนห้องนอนลูกชาย เพราะขณะที่กำลังยุ่งกับการทำครัว ก็ได้ยินเสียงดังโป๊กเหมือนอะไรแตกสักอย่าง ด้วยความสงสัยจึงขึ้นมาดูเพื่อเจ้าลูกชายจอมซุ่มซ่ามจะทำอะไรตกแตกอีก
“นี้ลูกคงไม่.......” นานะเปิดประตูห้องก็ไม่พบร่างของลูกชาย เห็นแต่ก็อาจารย์สอนพิเศษที่เธอจ้างมาเท่านั้น
“เอ๋...รีบอร์นสึนะไปไหนละ” เด็กชายตอบกลับด้วยใบหน้าที่ปั้นใสซื่อเหมือนทุกครา
“สึนะเข้าไปค้างบ้านเพื่อนรู้สึกจะเกี่ยวกับทำโครงงานวิทยาศาสตร์นะครับ” เด็กน้อยแหลสุดๆแต่นั้นก็ทำให้แม่ของคนหายหลงเชื่อไปได้
“นี้หม่าม้า...” นานะหันกลับมา ก็พบกับเอกสารฉบับหนึ่งที่ถูกยืนจากรีบอร์น
“รู้สึกว่าเราจะถูกรางวัลได้ไปเที่ยวอิตาลีฟรีครับ....เห็นบอกว่าเป็นรางวัลใหญ่ซะด้วยซิ” นานะตาเป็นประกายเรื่องเหลือเชื่อแบบไม่ขาดฝันปรากฏขึ้นมามีหรือจะปฏิเสธ หารู้ไม่ว่าเธอถูกเด็ก 5 ขวบจับทางหลอกได้ต่างหาก
เพราะทัวร์ที่ว่ามันคือการคุ้มครองจากคาบัคโรเน่แฟมิลี่ พันธมิตรของวองโกเล่แฟมิลี่ต่างหาก...
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Apr 25, 2008 7:55 am Post subject: |
|
|
Part 4
“ อื้อ....” ดวงตาสีน้ำตาลปรือขึ้น ความเจ็บปวดที่หัวยังคงระบบอยู่ ร่างบางยันกายขึ้นจากเตียงลูกฝูก
ตาของสึนะเริ่มปรับมองภาพชัดขึ้น ที่ๆเขาอยู่ เป็นห้องญี่ปุ่นโบราณกว้าง เสียงน้ำตกจากก่อไผ่ที่ไหลลงบ่อเบาๆชวนเคลิ้มเหมือนเสียงดนตรีดังจากหน้าต่าง - เราอยู่ที่ไหนเนี้ย –
มือเรียวจับหัวด้านหลังที่ระบบอยู่ และตั้งสมาธิทบทวนเรื่องราว แต่เสียงเลื่อนของบานประตูทำให้สึนะสะดุ้งตกใจ
“ขอโทษนะค่ะที่ทำให้คุณตกใจ” หญิงชราวัย 60 กว่าในชุกกิโมโนสีน้ำตาลอ่อนถือถาดข้างต้มปรากฏขึ้นพร้อมใบหน้าที่ดูอ่อนโยน ร่างเล็กรีบกุลีกุจอนนั่งก้มหัวเคารพใหญ่
“อุ๊ย!!!!....ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะ อิฉันเป็นแค่แม่บ้านเท่านั้นเอง”
“อ้าว!!!!” สึนะร้องอุทาน – เรานึกว่าเจ้าของบ้านซะอีก...... -
- ถ้างั้นที่นี้ที่ไหนนะ – ร่างบางกำลังจะอ้าปากถามแต่เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นจากนอกประตู
“ฟื้นแล้วงั้นหรอ” ดวงตาสีน้ำตาลพยายามมองลอดประตูที่มีหญิงชรานั่งบังอยู่
“ ค่ะคุณหนู” หญิงชราตอบอย่างนอบน้อม แม่บ้านเดินชันเข่าถอยออกเพื่อเปิดทางให้ผู้ที่มีฐานะเป็นเจ้าของบ้านเข้ามา
ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างอย่างตกใจ ชายหนุ่มร่างสูง ผมสีดำ ดวงตาสีนิลคมนั้นเขาคุ้นเคยอย่างดี
– งั้นก็หมายความว่า..... -
“ เธอออกไปได้แล้ว” แม่บ้านเคารพผู้เป็นนายกก่อนจะเดินจากไปอย่างเรียบร้อย
เสียงปิดประตูทำให้สึนะรู้สึกหนาวขึ้นมากะทันหัน เมื่อคิดว่าต้องอยู่กับผู้มาเยือน 2 ต่อ 2 ในห้อง....คนๆนั้น....
...........ฮิบาริ เคียวยะ
ชายหนุ่มที่ตีหัวเขาด้วยทอนฟามหากาฬจนสลบ แล้วก็ถูกลากมาที่นี้อย่างไม่เต็มใจนัก ปากอยากจะด่าทอต่อว่าแต่ทำไงได้เมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงฮิบาริ...มีรึ.....เขาจะกล้า
แค่มองหน้าก็กลัวใจจะขาดอยู่แล้ว.................
ร่างเล็กก้มหน้านิ่ง คิดแค่ว่าหากทำตัวไม่เป็นที่สนใจฮิบาริก็คงจะไปเอง แต่ปล่าวเลย เท้าของหนุ่มรุ่นพี่กลับเข้าใกล้มาทุกขณะ - หวา!!!!!-
ดางตาสีน้ำตาลปิดสนิท จินตนาการถึงตัวเองโดนทอนฟาฟาดเข้าตัวอย่างไม่ยั้ง!
“แผลเป็นไงบ้าง” หนุ่มผมดำถาม พร้อมยกมือขึ้นมาจับตรงที่สึนะถูกตี
“โอ๊ยยยยยย คุณฮิบาริเบาๆหน่อยสิ!!!!!!” ร่างเล็กโวยวายขึ้นมา
ฮิบาริเงียบมือหนาชักกลับ ตาคมจ้องมองร่างเล็กคาดโทษ “แกว่าฉันงั้นหรอ”
สึนะรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากด่าคนตรงหน้าไปแล้ว สงสัยงานนี้ภาพในจินตนาการของเขาคงจะเป็นจริงแล้วละ
“ผะ...ผม...” ร่างเล็กตัวสั่นอย่างหวาดกลัวคำพูดติดอ่างขึ้นมาทันที
ฮิบาริเห็นท่าทางของสึนะก็ยิ่งหงุดหงิดและรำคาญเข้าไปใหญ่ ถ้าไม่ติดเรื่องที่ไปสัญญากับเจ้าหนูนั้นละก็
แก......เจอดีแน่.......
หนุ่มรุ่นพี่ไปหยิบถาดข้าวต้มที่หญิงชรานำมาให้ “ กินซะ” ร่างสูงพูดหวนๆ
สึนะรับชามข้างต้มนั้นมาแล้วตักกินอย่างรวดเร็วด้วยความหิว เพราะนับตั้งแต่ที่ฟื้นจากโรงพยาบาลเขายังไม่ได้กินอะไรมาเลย ฮิบารินั่งมองร่างเล็กที่จ้ำอ้าวข้าวต้มแล้วก็นึกอยากขำ แต่จะให้หัวเราะต่อหน้าเจ้าสัตว์กินพืชนี้ก็เสียฟอร์มแย่นะซิ
“อิ่มจังเลย...” ใบหน้าสวยยิ้มเบิกบานใจ แต่พอรู้ว่าคนข้างๆจ้องมองตัวเองอยู่ก็รีบสำรวมตัวอย่างทันที
“หึ..” เสียงหัวเราะแบบดูถูกอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น ทำให้สึนะประหม่าและอายเข้าไปใหญ่
มือหนาเอื้อมมาจับที่แก้มใส “ แกนี้ตะกละกินจนข้าวต้มเลอะแก้มแล้วนะ”
ฮิบาริใช้นิ้วโป้งปาดเศษข้าวต้มที่แก้มสึนะออกอย่างเบา เรือนผมสีน้ำตาลหน้าแดงเข้มขึ้นกว่าเก่า
“......................”
เมื่อเศษข้าวต้มออกไปหมดฮิบาริก็หันไปเก็มชามข้าวต้มที่เกลี้ยงเกลาจากฝีมือของสึนะ
“ แกรีบๆนอนซะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า อย่าให้ฉันต้องลำบากละ” ร่างสูงพูดทิ้งท้ายก่อนจะออกจากห้องไป
ครืด!!!!!!!!!!
เสียงประตูปิดลง สึนะค่อยๆทิ้งตัวลงบนเตียงลูกฝูก ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองเพดานบนห้องอย่างเหม่อลอย
“ แปลก.....สายตาที่เขามองในตอนนั้น.....” ร่างเล็กซุกหน้าลงหมอนใบหน้าแดงก่ำด้วยความอาย
เสียงหัวใจของร่างบางเต้นแรงจนรู้สึกได้ ยิ่งในห้องเงียบๆท่ามกลางคืนที่มืดมิด
ก็ภาพตอนที่ชายหนุ่มผมดำเช็ดเศษข้างต้มที่แก้มเขา สายตาของคุณฮิบาริ....มันอ่อนโยนแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
คนที่นิสัยโหดทะลุโลกแบบนั้น ยังมีอะไรอีกมากมายที่คนอื่นไม่มีวันรู้ ยังมีอะไรอีกเยอะแยะที่ฮิบาริไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น
ช่วงเวลาที่เขาอยู่กับรุ่นพี่ปากร้ายนี้.....จะมีอะไรรอเขาอยู่นะ.......
เพราะนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นระหว่างนภากับเมฆาเท่านั้น........................
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Apr 25, 2008 7:56 am Post subject: |
|
|
Part 5
ที่นี้ที่ไหน?..................................
สึนะจ้องมองไปรอบๆมีแต่ความมืดเข้าปกคลุมไปหมดรอบด้าน อากาศที่หนาวเย็นทำให้ร่างบางกอดตัวเองเพื่อเพิ่มความอบอุ่น
เรือนผมน้ำตาลตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่ว่าจะมองไปทางซ้ายทางขวาก็เห็นแต่ความมืดและความเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจถี่และเสียงเต้นของหัวใจตัวเอง
“มีใครอยู่บ้างไหม?”สึนะตะโกนถาม ไม่มีเสียงตอบใด ไม่ว่าจะตะโกกนถามไปซักกี่รอบก็ได้ยินแต่เสียงของตัวเองที่พูดออกจากปากเท่านั้น
ทว่า......เขากลับได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากเงาดำๆที่ปรากฏขึ้นมา แต่พอดูดีๆก็รู้ว่านั้นเป็นคนแน่นอน
สึนะจึงวิ่งเข้าไปหาอย่างไม่ลังเล....เข้าใกล้มากขึ้น......มากขึ้น......
“คุณ...อะ!!!!!” ร่างที่พบเห็นคือเพื่อนสนิทนักเบสบอลที่ยืนอาบกายไปด้วยเลือด
“สึ...นะ...” เสียงของยามาโมโตะขาดหายไปเมื่อหอกนับพันพุ่งผ่านหัวสึนะเข้าเสียบแทงร่างสูงจนเลือดพุ่งไปทุกทิศทาง ยามาโมโตะล้มลงไปนอนกองกับพื้นแทบเท้าสึนะ ของเหลวสีแดงค่อยๆไหลออกนองพื้นเป็นวงกว้างเรื่อยๆจนเข้ากระทบเท้าเปลือยเปล่าของร่างเล็ก
กลิ่นคลุ้งคาวของเลือดคลุ้งจนทำให้สึนะเวียนหัวร่างเล็กทรุดลงข้างกายมือเล็กกำลังจะเอื้อมไปจับตัวผู้แน่นิ่ง
ไม่.....ยามาโมโตะ.......
ไม่หายใจ....เสียงเต้นหัวใจด้วยเช่นกัน
“ไม่นะ!!!!ยามาโมโตะ!!!!” ร่างเล็กร้องไห้ออกมา ร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเสียงแหบพร่า
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
เสียงร้องดังขึ้นสึนะหันไปมองต้นเสียง ภาพที่เห็นทำให้ตาสีน้ำตาเบิกกว้าง
โกคุเทระนั่งพิงผนังสีดำเลือดกระเซ็นปาดเป็นทางบนกำแพง คอระหงส์ถูกปาดด้วยของมีคมตัดเข้าเส้นเลือดใหญ่เลือดไหลรินลงจนเสื้อโรงเรียนสีขาวคลุกไปด้วยสีแดงฉาน
ร่างเล็กเข่าอ่อน แรงจะขยับร่างกายหดหายไป ดวงตาจ้องมองเพื่อนจอมโวยวายสิ้นลมต่อหน้าต่อตา
“เอาละ…”เสียงใสๆที่แฝงด้วยความเยือกเย็นจนทำให้ขนลุก ดังจากข้างหลัง
ดวงตาสีน้ำตาลหันไปจ้องมอง เด็กหนุ่มผมเขียวกำลังเหยียดยิ้ม ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด ดวงตาสีครามจ้องมองเหมือนตุ๊กตาผีไร้ความรู้สึก
“ไปกับผมซะดีๆ”
.
.
.
“ ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เสียงร้องลั่นของสึนะดังขึ้น ทำให้คนใช้ในบ้านของฮิบาริกันแตกตื่นตกใจ “เกิดอะไรขึ้นนะ” เหล่าคนใช้พูดอย่างหวาดกลัว
ฮิบาริเองก็เช่นกันทันทีที่ได้ยินเสียงของสึนะ ร่างสูงก็รีบวิ่งออกจากห้องนอนทั้งชุดนอนยูกาตะสำหรับนอนสีดำ
ร่างสูงเปิดประตูเข้าไปพบร่างบางที่ทั้งดิ้น ทั้งกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง จนที่นอนกระจัดกระจายยับยู่หยี่
ร่างสูงวิ่งเข้าไปล็อกตัวร่างบางไว้ แต่สึนะก็ยังคงดิ้นแรงจนศอกเข้ากระแทกปากของฮิบาริ
ความเจ็บและความเค็มที่รู้สึกได้ ดูถ้าเมื่อกี๊จะทำให้เขาปากแตกจนฮิบาริอดไม่ได้ที่จะโมโห
-แก...เจ้าสัตว์กินพืช...- ฮิบาริจึงใช้แรงทั้งหมดกดตัวสึนะที่ดิ้นทุรนทุรายลงบนที่นอนลูกฝูก มือบางที่ปัดป้องไปมาถูกมือหนาจับตรึงไว้ ร่างสูงเข้าประกบจูบอย่างรุนแรงลิ้นเข้าตวัดอย่างชำนาญ จนสึนะเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บแปล๊บที่ปากตัวเอง รสชาติเค็มที่ลิ้นน้อยสัมผัสได้ ข้อมือทั้ง2 ที่รับรู้ถึงแรงกดจนทำให้ชา
ร่างบางค่อยๆหยุดดิ้นลง ดวงตาสีน้ำตาลค่อยๆลืม
“!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” สึนะตกใจเมื่อสิ่งที่พบคือภาพใบหน้าเคร่งขรึมที่เต็มไปด้วยความโกรธกำลังจูบเขาอย่างดูดดื่ม ปากถูกปดขยี้ปิดสนิท รุนแรง.....จนหายใจไม่ออก.....
เมื่อเห็นว่าสึนะรู้สึกตัวก็ค่อยๆถอนริมฝีปากออก ดวงตาคมจ้องมองตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง แววตาไร้ซึ่งการรับรู้
“ซาวาดะ” ฮิบาริเรียกชื่ออีกฝ่าย สึนะสะดุ้งใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา
น้ำตาแห่งความกลัว......และความโกรธ....เสียใจ.......
สึนะไม่รู้จะแสดงอารมณ์ยังไง มันซ้อนทับไปหมด ปวดหัว.....ปวดหัวเหลือเกิน......
“ซาวาดะ” ฮิบาริเรียกชื่อเขาซ้ำอีกครั้ง แต่ดูเหมือนเสียงจะไปไม่ถึง สติของร่างบางดับวูบตรงนั้น
เรือนผมดำจ้องมองรุ่นน้องที่สลบไป แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่.......คงปล่อยไว้ตรงนี้ไม่ได้แล้ว.......
บรรดาคนใช้รีบวิ่งมาดูที่เกิดเหตุแต่พอมาถึงก็พบเจ้านายของตนที่อุ้มร่างบางออกมา
“คุณหนู...เกิดอะไรขึ้นค่ะ” แม่บ้านชราถาม “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...แต่ยังไงพวกเธอช่วยเก็บกวาดห้องให้ด้วยก็แล้วกัน”
ร่างสูงเดินจากไป ทิ้งงานไว้ให้คนใช้สานต่อ แต่เมื่อเหล่าคนใช้ไปถึงก็ต้องตะลึงกับสภาพที่เห็น
ผ้าปูที่นอนยับ ข้าวของกระจัดกระจายแบบนี้ แถมสภาพของแขกผู้มาเยือน...........
นี้คุณหนูคงไม่.......................................................
ทิ้งเป็นปริศนาให้เหล่าคนใช้ต้องค้นหา และซุบซิบนินทากันไปอีกนาน
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Apr 25, 2008 7:56 am Post subject: |
|
|
Part 6
สายลมพัดแรงท่ามกลางท้องฟ้ายามเช้าที่ดูหม่นหมองเมื่อเมฆมากมายก่อตัวอึกครึมจนปกปิดนภาสีฟ้าสดใส
โกคุเทระแหงนหน้ามองอย่างใจลอย “วันนี้ดูท่าฝนคงจะตกสินะ” พูดไม่ทันขาดคำหยดน้ำก็คอยๆตกลงบนพื้นจาก และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนพื้นถนนที่แห้งเฉอะแฉะ
“ลูกฝนตกแล้วเราเข้าที่ร่มก่อนเถอะ” แม่รีบจูงมือลูกที่เดินบนถนน เข้าสู่ใต้ชายคาร้านค้าใกล้ ๆ
คนอื่นๆเริ่มหยิบร่มขึ้นมากางกัน จนบนถนนเต็มไปด้วยร่มหลากสีสันและเสียงคนวิ่งกันวุ่นวาย
“เกลียดจริงๆเลย.... ฝนบ้าจะมาตกอะไรเอาตอนนี้นะ”ชายหัวล้านด่าทออกมา มือหนากอดซองเอกสารอย่างหวงแหนกลัวที่จะเปียก
เด็กหนุ่มสาวคู่รักเดินใต้ร่มสีแดงสวยหัวเราะกันอย่างมีความสุข “เย็นดีจังเลยนะ” ชายหนุ่มพูด
ฝ่ายหญิงยิ้มหวานตอบ แล้วควงแขนแฟนหนุ่มเดินไป
ร่างเพรียวมองภาพเหล่านั้นอย่างขบขัน - ฝนน้ำพาทั้งความวุ่นวาย และความชุ่มชื้น –
....................ความหมายของพิรุณ.................................
มือเรียวยกขึ้นมา เม็ดฝนตกกระทบลงบนฝ่ามือหยดแล้วหยดเล่า ดวงตาสีเขียวมองมือตัวเองที่ซีดและเปื่อยจากความเย็นฉ่ำนั้น
สำหรับเขา.... ....................ความหมายของพิรุณ....คืออะไรนะ...
โกคุเทระเดินออกจากเส้นทางไปโรงเรียนนามิโมริ จู่ๆเขาก็อยากจะโดดเรียนขึ้นมา ทั้งๆที่คนเกเรอย่างเขายอม
ดั้นด้นมาโรงเรียน IQ ต่ำไม่ได้มาตรฐาน ก็เพื่อมารับใช้รุ่น 10 ไม่ใช่เรอะ......
แล้วทำไม...........................
ดวงตาสีมรกตมองดูเท้าตัวเองที่เคลื่อนไหวไปข้างหน้าเรื่อยๆ - จะไปไหนของเรากันนะ – โกคุเทระคิด
และแล้วเท้าทั้งคู่หยุดลงใบหน้าสวยค่อยๆเงยหน้าขึ้น ตึกสีขาวสูง พร้อมแผ่นป้ายอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ที่
เขียนไว้ว่า -โรงพยาบาลนามิโมริ-
ดวงตาสีเขียวเบิกกว้าง ก็ที่นี้มันโรงพยาบาลที่ร่างสูงนั้นนอนอยู่ โกคุเทระสับสนตัวเองอย่างบ้าคลั่งนับตั้งแต่เจ้าบ้านั้นเข้ามาปกป้องเขาจนเจ็บตัวไม่ได้สติ
หลังจากนั้นเขาก็นั่งเฝ้ารอ....รอ....ว่าเมื่อไรจะลุกขึ้นมา...เมื่อไหร่จะตะโกนเรียกชื่อเขา....เมื่อไหร่จะยิ้มอย่างจริงใจแบบนั้น...............แม้ว่าหลังจากที่รุ่น 10 ฟื้นแล้วและกลับไปพร้อมกับรีบอร์นเขาก็ยังคงนั่งเฝ้ารอไม่ไปไหน
ไม่กิน ....ไม่นอน....ทำแต่เพียงมอง.......มองผู้ที่ยังคงหลับใหลอยู่
จนกระทั้ง จามาลกับเบี้ยงกี้ต้องมาลากตัวเขากลับไปไม่งั้นตัวเขาก็ยังคงจะติดที่โรงพยาบาลนี้
น้ำตาค่อยๆไหลจากดวงตาคู่สวยแม้ฝนจะตกอยู่แต่โกคุเทระก็รู้สึกได้
-เอาอีกแล้ว- โกคุเทระยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาแม้มันจะไหลมาพร้อมกับน้ำฝนก็ตามที
- พอนึกถึงเจ้าบ้านั้น.....พอคิดว่าเจ้าบ้านั้นจะไม่ลุกขึ้นมายิ้มอีก...น้ำตามันก็ไหลไม่หยุดหย่อน –
“ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ” เรือนผมเงินพึมพำ
โกคุเทระเข้ามาในตึกโรงพยาบาล ในตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองคงแค่เข้ามาหลบฝน แต่พอเข้ามาจริงๆขาเขากลับลากตัวเข้าไปจนถึงห้องที่ยามาโมโตะอยู่ ร่างบางหยุดอยู่หน้าประตู ดวงตาสีเขียวฉายแววหวาดหวั่น
และคาดหวัง
หวังว่าเขาจะขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วส่งยิ้มให้.....
มือเรียวเอื้อมจับลูกบิด
กลัว....หากเข้าไปแล้วไม่เจอเขาอยู่อีกแล้ว.....
แกร๊ก……
ประตูห้องเปิดออกร่างบางสูดหายใจเข้าลึก และก้าวขาเข้าไป
“ไง....” เสียงทักของชายวัยกลางคนที่เขารู้จักดี โกคุเทระโค้งเคารพสุภาพก่อนที่จะหันสายตาไปยังร่างบนเตียง
ยังเหมือนเดิม...........
ยามาโมโตะยังคงไม่ได้สติ ภาพที่เขาเห็นยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเว้นแต่ห้องที่อยู่นี้ไม่ใช่ห้อง ICUแล้วก็แค่นั้น
“เธอชื่อโกคุเทระสินะ” เรือนผมเงินหันกลับไปมองชายวัยกลางคนอีกครั้ง ยามาโมโตะ ทาเคะ
พ่อของยามาโมโตะ ทาเคชิผู้หลับใหล
ลุงทาเคะคลี่ยิ้มออกมาเหมือนลูกชายไม่มีผิด ดวงตาสีดำหันมาจ้องมองหนุ่มลูกครึ่งอย่างอ่อนโยน
“ถ้าเจ้านั้นรู้ว่าเธอมาเยี่ยม..คงดีใจตัวเต้นเป็นแน่” คุณลุงมองดวงตาสีเขียวสวยที่แสดงออกถึงความงุนงง
ชายแก่นิ่งเงียบลง โกคุเทระเองก็เงียบตามเช่นกันเพราะเขาเองก็ไม่รู้สนทนากับอีกฝ่ายอย่างไร
เขารู้ดี.....คนที่ควรเจ็บคือเขา....ไม่ใช่ยามาโมโตะ.............................................
ทว่าลุงทาเคะกลับทำลายความเงียบนั้น “เธอ....รู้สึกยังไงกับเจ้าทาเคชิ”
คำถามจากปากของพ่อยามาโมโตะ ทำให้โกคุเทระถึงกับหน้าขึ้นสี “ อะ...เออ..ผม....”
ร่างเพรียวติดอ่างขึ้นมาอย่างกะทันหัน ลุงทาเคะยิ้มให้ ก่อนที่จะหันไปมองเจ้าลูกชายด้วยสายตาที่อ่อนล้า
“ไม่ตอบก็ไม่เป็นไรหรอก...ฉันก็แค่อยากรู้ว่าเจ้าทาเคชิมันมีโอกาสหรือเปล่าก็แค่นั้น”
“โอกาส...อะไรครับ” โกคุเทระถาม
ทาเคะเอื้อมมือไปลูบหัวสีดำของลูกชาย “ฉันสังเกตมานานแล้ว...ถึงแม้มันจะชอบเข้าไปทักเจ้าหนูสึนะแต่สายตามันแอบมองเธอตลอดเวลา ที่สำคัญเวลามันอยู่กับเธอ รอยยิ้มของเจ้าทาเคชิมันแสดงถึงความสุขอย่างชัดเจน”
โกคุเทระฟังอย่างเงียบๆ – นี้เรา......โดนไอ้บ้านั้นมองตลอดเลยหรอ..-
“เอาละ...ฉันคงต้องไปแล้วละ...มีงานต้องให้ทำอีกเยอะ...เจ้าลูกชายก็ดันมาป่วยซะนี้” ลุงทาเคะพูดน้ำเสียงร่าเริงพร้อมรอยยิ้ม แต่โกคุเทระรู้ดีว่า เขาพยายามกลบเกลื่อนความเศร้าอยู่........เหมือนเจ้าบ้าเบสบอลนั้นไม่มีผิด.....
ชายวัยกลางคนลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินไปตบบ่าของเรือนผมเงิน “ฝากเจ้าทาเคชิด้วยนะ”
เสียงประตูปิดลง พร้อมกับร่างที่หายไปของยามาโมโตะ ทาเคะ โกคุเทระเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่ชายวัยกลางคนนั่งเมื่อกี้ ดวงตาสีมรกตจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ได้สติ มือบางเอื้อมไปจับที่ใบหน้าอีกฝ่าย
ใบหน้าสากๆแสดงถึงความเป็นหนุ่มแม้จะไม่เนียนและไม่น่าสัมผัสแต่ก็ทำให้ร่างเพรียวรู้สึกอบอุ่น
อบอุ่น!?............
โกคุเทระยิ้มออกมา อย่างน้อยๆเขาก็ดีใจเลือดในกายของร่างสูงยังคงไหลเวียนทำงานอยู่.....ดีจริง....
.......ยังมีโอกาสที่นายยังลุกมายิ้มแย้มให้ฉันอีก...............
ริมฝีปากเรียวมอบจูบลงบนหน้าผากของร่างสูงแล้วก้มลงกระซิบข้างหูอีกฝ่าย
“นายต้องฟื้นนะ...แล้วฉันจะบอกความรู้สึกของฉันให้นายรู้ ” โกคุเทระเงยหน้าพร้อมกับจูบลาลงบนหน้าผากอีกครั้งอย่างแผ่วเบา
.................ความหมายของพิรุณ.......สำหรับฉัน...............
คงเป็นคนรักละมั้ง..........................
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Apr 25, 2008 7:57 am Post subject: |
|
|
Part 7
“ฮิบาริ....ฮิบาริ...” เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้น สิ่งมีชีวิตสีเหลืองฟูฝ่อง บินผ่านหน้าต่างเข้ามาหาร่างสูงที่กำลังผูกเน็คไทอยู่ “มีอะไรรึ” เสียงทุ้มนุ่มถาม
ฮิเบิร์ดบินมาเกาะที่ไหล่ซ้ายของชายหนุ่ม ก่อนจะส่งเสียงพูด “สัตว์กินพืชไม่ตื่น”
ดวงตาสีนิลเหลือบมองนาฬิกาฝาผนังห้อง เวลาที่ปรากฏทำให้ฮิบาริต้องขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
-เจ้าสัตว์กินพืชนี้...- ฮิบาริคิดอย่างหงุดหงิด ร่างสูงเดินออกจากห้องน้ำในตัวห้องนอน พร้อมกับน้ำในแก้ว
มายังร่างที่หลับใหลสนิทบนเตียงกว้าง
ซ่า!!!!!!!!!!!!!!!!
“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก”
สึนะสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ ทั้งหัวและใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่เย็นที่เป็นใครก็ตามโดนแล้วต้องตาสว่างแน่นอน “ตื่นซะทีนะเจ้าสัตว์กินพืช” เสียงมีอำนาจดังขึ้นทำให้สึนะต้องเงยหน้าขึ้นมามองคู่กรณี
ดวงตาสีน้ำตาลสบตากับดวงตาดุดันที่จ้องมองอยู่ “มองหาอะไร...”
สึนะหลบสายตาแล้วสะบัดหน้าหนี ฮิบาริอึ้งและงงกับการแสดงออกของเจ้าเห่ย
ก็ปกติเวลาอยู่กับเขาหมอนี้ต้องตัวสั่นเป็นลูกนกไม่ใช่หรอ!?
ร่างสูงสะบัดความคิดสงสัยออกจากหัว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ รีบๆอาบน้ำแต่งตัวซะ...ฉันจะไปรอที่ห้องอาหาร”
ประตูห้องปิดลง สึนะหยิบผ้าห่มขึ้นมาเช็ดหน้าตัวเอง มือเรียวยกขึ้นไปสัมผัสที่ปากเล็กๆของตน
จากความรู้สึกเหมือนปากเขาจะบวมขึ้นมาเล็กน้อย..........บวม.....
“ฮึก...” สึนะกอดเข่า น้ำตาใสๆไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความสับสน โกรธ เสียใจ
“ทั้งๆที่ผมคิดว่า...คุณน่าจะเป็นคนอ่อนโยนแท้”
“ทำไม...คุณถึงทำแบบนี้....ทำไมกัน” สึนะเงยหน้าขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกตากับห้องนอนที่เขาอยู่
ดวงตาโตจึงเริ่มสังเกตและสำรวจห้อง
จะว่าไปนี้มันไม่ใช่ห้องที่ฮิบาริให้อยู่นี้ แล้ว.......................
กองเสื้อผ้าในตะกร้าสาน เต็มไปด้วยเสื้อนักเรียนชายโรงเรียนนามิโมริและ....ชุดยูกาตะสีดำนั้น
“!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
.
.
.
.
ฮิบารินั่งรออย่างสงบเยือกเย็นดวงตาสีนิลมองที่ประตูเป็นระยะๆ หนุ่มผมดำเริ่มแสดงอาการหงุดหงิดเมื่อร่างเล็กยังไม่ปรากฏมาอีก – มันจะอาบอะไรกันหนักหนา....-
- อีก 3 นาทีถ้ายังไม่โผล่หัวฟูๆนั้นมาให้เห็นละก็ ฉันจะบุกเข้าไปช่วยอาบน้ำให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย -
เหมือนความคิดอันแสนจะน่ากลัวของท่านจะได้ผล จึงดลบันดาลให้ร่างของสึนะมาถึงห้องอาหารหลังจากที่ฮิบาริ
คิดไป 0.0003 วินาที -*-
สึนะเดินก้มหน้ามานั่งตรงเบาะโดยไม่ยอมสบตาฮิบาริซักนิด อาการของสึนะยิ่งทำให้ฮิบาริยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่
การทานอาหารนั้นดำเนินไปอย่างเงียบๆ มีคนใช้เข้ามาเป็นระยะ โดยที่สายตาของคนใช้ที่มองมายังสึนะก็ดูแปลกๆ จนสึนะอดสงสัยไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากซักถามเพราะกลัวเจ้าของบ้านจะว่าเขาเป็นคนไม่มีมารยาท
หลังจากทานข้าวเสร็จสร่างบางก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที โดยไม่รออีกฝ่ายแม้นิดเดียว
“คนบ้า......” สึนะสบถด่าฮิบาริเบาๆออกมาตลอดทางเดินระเบียงไม้ข้างนอก
- ทำไม...คุณยังทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเลยรึไง – ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นคนที่บังอาจมาขโมยจูบแรกอย่างป่าเถื่อน
แถมยัง..............................
ย้อนกลับไปตอนสึนะตื่นขึ้นมา
“เสื้อยูกาตะ.....สีดำ...” ร่างเล็กลุกจากเตียงนอนมาหยิบยูกาตะสำรวจ แล้วนึกถึงความทรงจำลางๆ
เหมือนเขาเคยเห็นใครใส่นะ.......!?
เมื่อวาน...ตอนกลางคืน.....คุณฮิบาริ......!!!!!!!!!!!!!!!!
สึนะหน้าแดงเถือกไปทั้งหน้า แล้วก้าวเดินให้ไปถึงประตูใหญ่ของรั้วบ้านอย่างรวดเร็ว
ใช่....เมื่อคืนนี้ทั้งคืน...เขานอนที่ห้องนอนของฮิบาริ แถมเตียงนอนก็มีเตียงเดียว................
สึนะกำมือแน่น ในใจอย่างจะซัดใบหน้าหล่อของหนุ่มรุ่นพี่จอมโหดชะมัด แต่ก็ทำได้แค่คิดแหละ
-ก็เราไม่เคยชนะเขาซักครั้ง....แค่สบตาก็กลัวจนหัวหดแล้ว –
ถึงจะโกรธก็เหอะ.....แต่ก็ยังกลัวอยู่ดี.........................
“น่าโมโหจริงๆ” สึนะพูด แล้วก็พาลไปโกรธอาจารย์สอนพิเศษที่ดันส่งเขามาอยู่กับคนโหดทะลุโลกแบบนี้อีก
“แกจะไปไหน” เสียงของคนที่ร่างบางต่อปากต่อคำ (ในความคิด) ดังขึ้นจากข้างหลัง
ขาทั้ง 2 ข้างของเด็กหนุ่มหยุดกึกลง – ทำไมไม่ก้าวออกไป!!!!!- สึนะคิดอย่างบ้าคลั่ง ไม่พอเสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ - วิ่งซิโว๊ยยยยยย!!!!!โกยๆๆๆๆๆๆๆ -
เสียงฝีเท้าหยุดลงพร้อมลมหายใจอุ่นๆที่กระทบเข้าต้นคอขาว จนสึนะรู้สึกขนคอด้านหลังตั้งชันขึ้น
“แกจะไป โดยไม่คิดรอฉันงั้นรึ” สึนะนิ่งเงียบเป็นคำตอบ ฮิบาริขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ สึนะหันมาสบตาร่างสูงแวบนึงก็พอจะรู้ว่าอารมณ์ของฮิบาริเป็นเช่นไร
-ทอนฟาได้ฟาดหัวแตกก่อนถึงโรงเรียนแหงมๆ- สึนะหลับตาลง แต่อย่าคิดนะว่าเขาจะยอม ลองฟาดมาซิ......... เขาจะได้ถือโอกาสเช็คบิลซะเลย แม้โอกาสชนะจะน้อยก็เหอะอย่างน้อยๆขอให้เขาได้ชกหน้ารุ่นพี่ซักที่ก็ดีใจเท่ากับล้านแตกแล้ว
“ตามมา” ฮิบาริหมุนตัวเดินกลับ ทำเอาร่างเล็กที่หลับตารอรับชะตากรรมต้องลืมตาโพล่ง
- ผิดคาด – สึนะปาดเหงื่อที่ไหลย้อยจากหน้า
.
.
สึนะตามเรือนผมดำมาเรื่อยๆจนถึงโกดังแห่งหนึ่งที่ถูกล็อกไว้ด้วยกุญแจจากด้านนอก ฮิบาริหยิบลูกกุญแจขึ้นมาไข แม่กุญแจออก สึนะพยายามเพ่งมองสิ่งที่อยู่ในโกดังภายใต้ความมืด ฮิบาริเข้าไปในนั้นเกือบๆ 10 นาที
ร่างสูงออกมาพร้อมกับมอไซด์สีดำคู่ใจของเขา
ฮิบาริขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับ ชายหนุ่มตรวจเช็คเครื่องเล็กน้อย เมื่อพบว่ามันไม่มีปัญหาอะไรเขาก็จัดการ
สตารท์เครื่อง
บรืน!!!!
เสียงมอไซด์ดังคนใช้ผู้ชายที่ทำหน้าที่เฝ้าอยู่หน้าบ้านเหมือนรู้หน้าที่จึงรีบไปเปิดประตูใหญ่โดยทันที
ฮิบาริหันมายังสึนะ “ขึ้นมา”
ทว่าคนที่ถูกเรียกทำเมินเฉยเหมือนไม่ได้ยิน ใบหน้าสวยหันไปมองทางอื่นแทน
ร่างสูงหมดความอดทน ดับเครื่องมอเตอร์ไซด์แล้วลงจากรถ มือหนาคว้าแขนผอมบางแล้วกระชากให้เข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจกันและกัน
สึนะตาเบิกกว้างอย่างตกใจ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองคนเบื้องหน้าประท้วง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเกรงกลัวและเฉสายตาไปทางอื่นเหมือนทุกครา
“แกเป็นอะไรของแก ทำไมต้องหลบหน้าฉัน” ฮิบาริถามเสียงเข้ม
“ใครบอกว่าผมหลบหน้าคุณ” สึนะเถียงกลับ – นี้คุณไม่รู้เลยใช่ไหมว่าคุณทำอะไรลงไป-
มือหนาออกแรงดึงให้ร่างบางเข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจน ริมฝีปากบางห่างจากปากหนาเพียงไม่กี่เซน
“ปะ...ปล่อยผมนะ!!!” ร่างเล็กดิ้น แต่ก็ไม่สามารถหลุดจากแรงของชายผมดำได้
ก็เรื่องพละกำลังนะ...มันต่างกันเยอะ............ =*=
ฮิบาริยิ้มมุมปาก มองคนที่ดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย – แกล้งเจ้าสัตว์กินพืชนี้สนุกดีชะมัด –
ดวงตาสีนิลเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของร่างเล็ก เวลาที่เห็นทำให้เข้ารีบปล่อยมือ ทำเอาสึนะหงายหลังก้มจ้ำเบ้า
เรือนผมน้ำตาลร้องน้ำตาเล็ด มือลูบก้นตัวเองพร้อมมองแผ่นหลังฮิบาริอย่างโมโห
ฮิบาริหันกลับมาดวงตาสีน้ำตาลก็เบิกกว้างอย่างตกใจ กลัวหนุ่มรุ่นพี่จะรู้....กลัวว่าจะมาจับเขาแบบเมื่อกี้อีก..แล้ว..............................ภาพในตอนกลางคืนก็ผุดในหัว สึนะหน้าแดงมือเล็กยกขึ้นมาปิดปากทันทีน้ำตาใสเริ่มไหลจากดวงตาคู่สวย
ฮิบาริมองสึนะแล้วเลิกคิ้วอย่างเข้าใจ -เพราะเรื่องนี้หรอกหรอ -
(me//ความรู้สึกช้าเหลือเกิน......) ชิ้ง....จิตอาฆาตของท่านฮิเพ่งมา T[]T~~~~~~~~~~
ร่างสูงถอนหายใจ “เรื่องที่ฉันจูบแกเมื่อคืน เอาเป็นว่าฉันขอโทษละกัน” สึนะเงยหน้ามองอย่างอึ้ง
เรือนผมดำหันหลังให้ดวงตากลมโตใสซื่อ ไม่ใช่เพราะเขารำคาญหรือเกลียดขี้หน้า
แต่เขาอายต่างหาก จะให้เจ้าสัตว์กินพืชเห็นหน้าเขาหน้าแดง มาดที่อุตส่าห์สร้างมาก็จบกัน
.................จู่ๆคำที่ไม่เคยหลุดออกจากปากและไม่เคยคิดจะพูดดันออกไปซะนี้สิ…………….
ฉันผู้คิดแต่เพียงว่าตัวเองถูกต้องที่สุด...ไหงต้องมาสงสารและรู้สึกแคร์เจ้าสัตว์กินพืชนี้ด้วย........
“แล้ว........ที่เมื่อคืนผม...นอนห้องคุณฮิบาริ...”รุ่นน้องพูดเสียงสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
คนมีอายุมากกว่าเหลือบตาคมมอง “ไม่ต้องห่วง...ฉันไม่ได้แตะต้องตัวแกแม้นิดเดียว”
“เอ๋!!” สึนะอุทานขึ้น ในใจเต้นอย่างสุขใจ
-นี้หมายความว่าผมยังบริสุทธิ์ใช่ไหม.......ขอบคุณพระเจ้า- เรือนผมน้ำตาลยิ้มออกมา ฮิบาริมองรอยยิ้มด้วยความคิดบางอย่างก่อนจะกล่าวเรียก “งั้นแกก็รีบขึ้นรถได้แล้ว....ถ้าแกทำฉันสายขึ้นมาฉันไม่ปล่อยแกแน่”
สึนะรีบลุกอย่างลุกลี้ลุกลน ขึ้นไปซ้อนท้ายมอไซด์ ร่างสูงสตารท์รถอีกครั้ง มอเตอร์ไซด์สีดำสนิทวิ่งออกจากบ้านฮิบาริสู่จุดหมายปลายทาง โรงเรียนนามิโมริ
TBC
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เม้นติชมบ้างน้า |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Dec 19, 2008 1:50 pm Post subject: |
|
|
Part 7
“ฮิบาริ....ฮิบาริ...” เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้น สิ่งมีชีวิตสีเหลืองฟูฝ่อง บินผ่านหน้าต่างเข้ามาหาร่างสูงที่กำลังผูกเน็คไทอยู่ “มีอะไรรึ” เสียงทุ้มนุ่มถาม
ฮิเบิร์ดบินมาเกาะที่ไหล่ซ้ายของชายหนุ่ม ก่อนจะส่งเสียงพูด “สัตว์กินพืชไม่ตื่น”
ดวงตาสีนิลเหลือบมองนาฬิกาฝาผนังห้อง เวลาที่ปรากฏทำให้ฮิบาริต้องขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
-เจ้าสัตว์กินพืชนี้...- ฮิบาริคิดอย่างหงุดหงิด ร่างสูงเดินออกจากห้องน้ำในตัวห้องนอน พร้อมกับน้ำในแก้ว
มายังร่างที่หลับใหลสนิทบนเตียงกว้าง
ซ่า!!!!!!!!!!!!!!!!
“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก”
สึนะสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ ทั้งหัวและใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่เย็นที่เป็นใครก็ตามโดนแล้วต้องตาสว่างแน่นอน “ตื่นซะทีนะเจ้าสัตว์กินพืช” เสียงมีอำนาจดังขึ้นทำให้สึนะต้องเงยหน้าขึ้นมามองคู่กรณี
ดวงตาสีน้ำตาลสบตากับดวงตาดุดันที่จ้องมองอยู่ “มองหาอะไร...”
สึนะหลบสายตาแล้วสะบัดหน้าหนี ฮิบาริอึ้งและงงกับการแสดงออกของเจ้าเห่ย
ก็ปกติเวลาอยู่กับเขาหมอนี้ต้องตัวสั่นเป็นลูกนกไม่ใช่หรอ!?
ร่างสูงสะบัดความคิดสงสัยออกจากหัว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ รีบๆอาบน้ำแต่งตัวซะ...ฉันจะไปรอที่ห้องอาหาร”
ประตูห้องปิดลง สึนะหยิบผ้าห่มขึ้นมาเช็ดหน้าตัวเอง มือเรียวยกขึ้นไปสัมผัสที่ปากเล็กๆของตน
จากความรู้สึกเหมือนปากเขาจะบวมขึ้นมาเล็กน้อย..........บวม.....
“ฮึก...” สึนะกอดเข่า น้ำตาใสๆไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความสับสน โกรธ เสียใจ
“ทั้งๆที่ผมคิดว่า...คุณน่าจะเป็นคนอ่อนโยนแท้”
“ทำไม...คุณถึงทำแบบนี้....ทำไมกัน” สึนะเงยหน้าขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกตากับห้องนอนที่เขาอยู่
ดวงตาโตจึงเริ่มสังเกตและสำรวจห้อง
จะว่าไปนี้มันไม่ใช่ห้องที่ฮิบาริให้อยู่นี้ แล้ว.......................
กองเสื้อผ้าในตะกร้าสาน เต็มไปด้วยเสื้อนักเรียนชายโรงเรียนนามิโมริและ....ชุดยูกาตะสีดำนั้น
“!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
.
.
.
.
ฮิบารินั่งรออย่างสงบเยือกเย็นดวงตาสีนิลมองที่ประตูเป็นระยะๆ หนุ่มผมดำเริ่มแสดงอาการหงุดหงิดเมื่อร่างเล็กยังไม่ปรากฏมาอีก – มันจะอาบอะไรกันหนักหนา....-
- อีก 3 นาทีถ้ายังไม่โผล่หัวฟูๆนั้นมาให้เห็นละก็ ฉันจะบุกเข้าไปช่วยอาบน้ำให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย -
เหมือนความคิดอันแสนจะน่ากลัวของท่านจะได้ผล จึงดลบันดาลให้ร่างของสึนะมาถึงห้องอาหารหลังจากที่ฮิบาริ
คิดไป 0.0003 วินาที -*-
สึนะเดินก้มหน้ามานั่งตรงเบาะโดยไม่ยอมสบตาฮิบาริซักนิด อาการของสึนะยิ่งทำให้ฮิบาริยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่
การทานอาหารนั้นดำเนินไปอย่างเงียบๆ มีคนใช้เข้ามาเป็นระยะ โดยที่สายตาของคนใช้ที่มองมายังสึนะก็ดูแปลกๆ จนสึนะอดสงสัยไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากซักถามเพราะกลัวเจ้าของบ้านจะว่าเขาเป็นคนไม่มีมารยาท
หลังจากทานข้าวเสร็จสร่างบางก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที โดยไม่รออีกฝ่ายแม้นิดเดียว
“คนบ้า......” สึนะสบถด่าฮิบาริเบาๆออกมาตลอดทางเดินระเบียงไม้ข้างนอก
- ทำไม...คุณยังทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเลยรึไง – ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นคนที่บังอาจมาขโมยจูบแรกอย่างป่าเถื่อน
แถมยัง..............................
ย้อนกลับไปตอนสึนะตื่นขึ้นมา
“เสื้อยูกาตะ.....สีดำ...” ร่างเล็กลุกจากเตียงนอนมาหยิบยูกาตะสำรวจ แล้วนึกถึงความทรงจำลางๆ
เหมือนเขาเคยเห็นใครใส่นะ.......!?
เมื่อวาน...ตอนกลางคืน.....คุณฮิบาริ......!!!!!!!!!!!!!!!!
สึนะหน้าแดงเถือกไปทั้งหน้า แล้วก้าวเดินให้ไปถึงประตูใหญ่ของรั้วบ้านอย่างรวดเร็ว
ใช่....เมื่อคืนนี้ทั้งคืน...เขานอนที่ห้องนอนของฮิบาริ แถมเตียงนอนก็มีเตียงเดียว................
สึนะกำมือแน่น ในใจอย่างจะซัดใบหน้าหล่อของหนุ่มรุ่นพี่จอมโหดชะมัด แต่ก็ทำได้แค่คิดแหละ
-ก็เราไม่เคยชนะเขาซักครั้ง....แค่สบตาก็กลัวจนหัวหดแล้ว –
ถึงจะโกรธก็เหอะ.....แต่ก็ยังกลัวอยู่ดี.........................
“น่าโมโหจริงๆ” สึนะพูด แล้วก็พาลไปโกรธอาจารย์สอนพิเศษที่ดันส่งเขามาอยู่กับคนโหดทะลุโลกแบบนี้อีก
“แกจะไปไหน” เสียงของคนที่ร่างบางต่อปากต่อคำ (ในความคิด) ดังขึ้นจากข้างหลัง
ขาทั้ง 2 ข้างของเด็กหนุ่มหยุดกึกลง – ทำไมไม่ก้าวออกไป!!!!!- สึนะคิดอย่างบ้าคลั่ง ไม่พอเสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ - วิ่งซิโว๊ยยยยยย!!!!!โกยๆๆๆๆๆๆๆ -
เสียงฝีเท้าหยุดลงพร้อมลมหายใจอุ่นๆที่กระทบเข้าต้นคอขาว จนสึนะรู้สึกขนคอด้านหลังตั้งชันขึ้น
“แกจะไป โดยไม่คิดรอฉันงั้นรึ” สึนะนิ่งเงียบเป็นคำตอบ ฮิบาริขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ สึนะหันมาสบตาร่างสูงแวบนึงก็พอจะรู้ว่าอารมณ์ของฮิบาริเป็นเช่นไร
-ทอนฟาได้ฟาดหัวแตกก่อนถึงโรงเรียนแหงมๆ- สึนะหลับตาลง แต่อย่าคิดนะว่าเขาจะยอม ลองฟาดมาซิ......... เขาจะได้ถือโอกาสเช็คบิลซะเลย แม้โอกาสชนะจะน้อยก็เหอะอย่างน้อยๆขอให้เขาได้ชกหน้ารุ่นพี่ซักที่ก็ดีใจเท่ากับล้านแตกแล้ว
“ตามมา” ฮิบาริหมุนตัวเดินกลับ ทำเอาร่างเล็กที่หลับตารอรับชะตากรรมต้องลืมตาโพล่ง
- ผิดคาด – สึนะปาดเหงื่อที่ไหลย้อยจากหน้า
.
.
สึนะตามเรือนผมดำมาเรื่อยๆจนถึงโกดังแห่งหนึ่งที่ถูกล็อกไว้ด้วยกุญแจจากด้านนอก ฮิบาริหยิบลูกกุญแจขึ้นมาไข แม่กุญแจออก สึนะพยายามเพ่งมองสิ่งที่อยู่ในโกดังภายใต้ความมืด ฮิบาริเข้าไปในนั้นเกือบๆ 10 นาที
ร่างสูงออกมาพร้อมกับมอไซด์สีดำคู่ใจของเขา
ฮิบาริขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับ ชายหนุ่มตรวจเช็คเครื่องเล็กน้อย เมื่อพบว่ามันไม่มีปัญหาอะไรเขาก็จัดการ
สตารท์เครื่อง
บรืน!!!!
เสียงมอไซด์ดังคนใช้ผู้ชายที่ทำหน้าที่เฝ้าอยู่หน้าบ้านเหมือนรู้หน้าที่จึงรีบไปเปิดประตูใหญ่โดยทันที
ฮิบาริหันมายังสึนะ “ขึ้นมา”
ทว่าคนที่ถูกเรียกทำเมินเฉยเหมือนไม่ได้ยิน ใบหน้าสวยหันไปมองทางอื่นแทน
ร่างสูงหมดความอดทน ดับเครื่องมอเตอร์ไซด์แล้วลงจากรถ มือหนาคว้าแขนผอมบางแล้วกระชากให้เข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจกันและกัน
สึนะตาเบิกกว้างอย่างตกใจ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองคนเบื้องหน้าประท้วง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเกรงกลัวและเฉสายตาไปทางอื่นเหมือนทุกครา
“แกเป็นอะไรของแก ทำไมต้องหลบหน้าฉัน” ฮิบาริถามเสียงเข้ม
“ใครบอกว่าผมหลบหน้าคุณ” สึนะเถียงกลับ – นี้คุณไม่รู้เลยใช่ไหมว่าคุณทำอะไรลงไป-
มือหนาออกแรงดึงให้ร่างบางเข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจน ริมฝีปากบางห่างจากปากหนาเพียงไม่กี่เซน
“ปะ...ปล่อยผมนะ!!!” ร่างเล็กดิ้น แต่ก็ไม่สามารถหลุดจากแรงของชายผมดำได้
ก็เรื่องพละกำลังนะ...มันต่างกันเยอะ............ =*=
ฮิบาริยิ้มมุมปาก มองคนที่ดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย – แกล้งเจ้าสัตว์กินพืชนี้สนุกดีชะมัด –
ดวงตาสีนิลเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของร่างเล็ก เวลาที่เห็นทำให้เข้ารีบปล่อยมือ ทำเอาสึนะหงายหลังก้มจ้ำเบ้า
เรือนผมน้ำตาลร้องน้ำตาเล็ด มือลูบก้นตัวเองพร้อมมองแผ่นหลังฮิบาริอย่างโมโห
ฮิบาริหันกลับมาดวงตาสีน้ำตาลก็เบิกกว้างอย่างตกใจ กลัวหนุ่มรุ่นพี่จะรู้....กลัวว่าจะมาจับเขาแบบเมื่อกี้อีก..แล้ว..............................ภาพในตอนกลางคืนก็ผุดในหัว สึนะหน้าแดงมือเล็กยกขึ้นมาปิดปากทันทีน้ำตาใสเริ่มไหลจากดวงตาคู่สวย
ฮิบาริมองสึนะแล้วเลิกคิ้วอย่างเข้าใจ -เพราะเรื่องนี้หรอกหรอ -
(me//ความรู้สึกช้าเหลือเกิน......) ชิ้ง....จิตอาฆาตของท่านฮิเพ่งมา T[]T~~~~~~~~~~
ร่างสูงถอนหายใจ “เรื่องที่ฉันจูบแกเมื่อคืน เอาเป็นว่าฉันขอโทษละกัน” สึนะเงยหน้ามองอย่างอึ้ง
เรือนผมดำหันหลังให้ดวงตากลมโตใสซื่อ ไม่ใช่เพราะเขารำคาญหรือเกลียดขี้หน้า
แต่เขาอายต่างหาก จะให้เจ้าสัตว์กินพืชเห็นหน้าเขาหน้าแดง มาดที่อุตส่าห์สร้างมาก็จบกัน
.................จู่ๆคำที่ไม่เคยหลุดออกจากปากและไม่เคยคิดจะพูดดันออกไปซะนี้สิ…………….
ฉันผู้คิดแต่เพียงว่าตัวเองถูกต้องที่สุด...ไหงต้องมาสงสารและรู้สึกแคร์เจ้าสัตว์กินพืชนี้ด้วย........
“แล้ว........ที่เมื่อคืนผม...นอนห้องคุณฮิบาริ...”รุ่นน้องพูดเสียงสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
คนมีอายุมากกว่าเหลือบตาคมมอง “ไม่ต้องห่วง...ฉันไม่ได้แตะต้องตัวแกแม้นิดเดียว”
“เอ๋!!” สึนะอุทานขึ้น ในใจเต้นอย่างสุขใจ
-นี้หมายความว่าผมยังบริสุทธิ์ใช่ไหม.......ขอบคุณพระเจ้า- เรือนผมน้ำตาลยิ้มออกมา ฮิบาริมองรอยยิ้มด้วยความคิดบางอย่างก่อนจะกล่าวเรียก “งั้นแกก็รีบขึ้นรถได้แล้ว....ถ้าแกทำฉันสายขึ้นมาฉันไม่ปล่อยแกแน่”
สึนะรีบลุกอย่างลุกลี้ลุกลน ขึ้นไปซ้อนท้ายมอไซด์ ร่างสูงสตารท์รถอีกครั้ง มอเตอร์ไซด์สีดำสนิทวิ่งออกจากบ้านฮิบาริสู่จุดหมายปลายทาง โรงเรียนนามิโมริ
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Dec 19, 2008 1:50 pm Post subject: |
|
|
Part 8
สนามหญ้าสีเขียวสดไร้ซึ่งผู้คน ช่างดูสบายตาไม่ว่าจะเมื่อไหร่ สึนะทอดมองพื้นหญ้าสีเขียวจากดาดฟ้าสูงของโรงเรียน ลมพัดเบาๆทำให้รู้สึกสบายร่างเล็กเงยหน้าขึ้นแล้วหลับตาลงรับไอเย็นจากสายลมเบาๆ
“มิน่าละคุณถึงได้ชอบมาที่นี้เป็นประจำ” รอยยิ้มสวยปรากฏขึ้นบนใบหน้า พอคิดถึงคนๆนั้นก็นึกได้ทันทีว่านี้ไม่ใช่เวลามาเอ้อระเหย
ถ้าเขารู้ว่าเราโดดเรียนละก็.............................
สึนะหน้าถอดสีขึ้นมา - โดนฟาดเละแหงมๆ –
ร่างบางส่ายหัวไล่ความคิดนี้ออกไป จะว่าไปเช้าวันนี้เขาถูกล้อเลียนจากเพื่อนเรื่องมาเช้าผิดปกติ
เพราะโดยปกติสึนะมักจะมาสายหรือไม่ก็เฉียดเส้นยาแดง แต่นั้นไม่หนักเท่าเรื่องที่เขาซ้อนมอเตอร์ไซด์ฮิบาริมาโรงเรียน สายตาคนจ้องมองเขาเป็นตาเดียวจนเขารู้สึกอายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
พวกนักเรียนอื่นๆเลยพากันนินทาว่าเขาไปเป็นเบ้ฮิบาริบ้างละ หรือไม่ก็ว่าโดนฮิบาริพาตัวไปกระทืบลงโทษด้วยเรื่องอะไรซักอย่าง แต่ทว่าพอร่างสูงนั้นส่งสายตาอาฆาตมา เหล่ากลุ่มซุบซิบนินทาก็รีบรูดซิปปากแล้วสลายตัวทันที
นั้นก็เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้เจ้าเห่ยยอมโดดเรียนออกมาตั้งแต่คาบแรกของการเรียนการสอนวันนี้ แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ............................
เพื่อนของทั้ง 2 ไม่มาโรงเรียน....ทั้งยามาโมโตะที่เจ็บหนักเข้าโคม่า และโกคุเทระที่จู่ๆก็หายไป เมื่อเห็นอย่างนี้
สึนะก็เริ่มเป็นห่วงคนขี้โวยวายอย่างโกคุเทระ จึงโทรศัพท์เข้าหาทั้งเบอร์มือถือและเบอร์บ้านแต่ร่างเพรียวกลับไม่รับสายซะนี้ ทำเอาสึนะเป็นห่วงจนทนไม่ไหวเลยโดดเรียน
อย่างน้อยๆเขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรแล้ว แล้วยิ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาพวกเขาทั้ง 3 โดนกลุ่มคนปริศนาโจมตี ที่สำคัญฝีมือยังร้ายกาจชนิดน่ากลัวเลยทีเดียว
คิ้วทั้งคู่ขมวดเข้าหากัน มือบางเกาะตาข่ายลวดกันตกเอาไว้แน่น จนนิ้วมือท้ง 5 เห็นเป็นข้อขาว
..........ใช่....ฝีมือน่ากลัว........กลัว................
ภาพในความฝันเมื่อคืนผุดขึ้นในหัว ยามาโมโตะจมกองเลือด และโกคุเทระที่โดนมีดปาดคอสิ้นลมตรงนั้น
.
.
ร่างเล็กตัวสั่นขึ้น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าและมือจนเหนอะหนะ รวมถึงอาการปวดหัวที่กำเริบขึ้นอีกครั้ง
สึนะเริ่มรู้สึกไม่ดี จึงตัดสินใจเข้าอาคารอย่างน้อยๆถ้าได้นอนที่ห้องพยาบาลซักงีบก็คงจะดีขึ้น
ระหว่างลงบันไดลงจากดาดฟ้า เรือนผมน้ำตาลก็ชนกับร่างหนึ่งจนเซถอยหลังไป
“ข..ขอโทษครับ” สึนะกล่าวขอโทษแล้วเงยหน้าขึ้น ก็พบกับกลุ่มนักเรียนปีสาม 5 คนที่ยืมมองเขา
“นี้มันเจ้าเห่ยสึนะนี้นาลูกพี่” ชายตัวผอมหน้าตาเจ้าเล่ห์พูดกับชายร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่มที่เขาชนเมื่อกี๊
ดวงตาเล็กมองสึนะ ภายในดวงตานั้นดูเหมือนจะซ่อนความคิดที่ดูไม่น่าพิสมัยสำหรับสึนะแน่ๆ ว่าแล้วคนตัวเล็กก็ต้องกลืนน้ำลายลงโดยไม่ได้ตั้งใจ “ผ...ผมขอตัวก่อนนะครับ”
สึนะก้มหน้าก้มตาเดินผ่าน แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อเจ้าหัวเกรียนหนึ่งในกลุ่มกลับจับแขนผอมบางของสึนะไว้แน่นพร้อมมองด้วยสายตาที่ต้องทำให้ร่างบางถึงกับเหงื่อแตก
“จะว่าไปเราไม่ได้กระทืบเจ้านี้ ตั้งแต่เจ้านี้คบกับไอ้ยามาโมโตะกับเจ้าหัวเงินนั้น”
ลูกพี่ของกลุ่มยิ้มเหี้ยมเกรียม จ้องมองร่างกายของสึนะตั้งแต่หัวจรดเท้า จนสึนะรู้สึกเหมือนจะโดนอย่างอื่นมากกว่าการโดนกระทืบเป็นแน่...............
“นั้นสิ...ในเมื่อห่างเหินมือตีนของพวกเรามานาน ก็ควรจะให้มันรื้อฟื้นความหลังซะหน่อยดีกว่าแล้ว.....”
มือใหญ่เข้าไปเชยคางคนถูกจับขึ้น นิ้วด้านลูบไล้ใบหน้านวลจนสึนะจนดวงตาสีน้ำตาลแสดงแววตาตื่นกลัวและขยะแขยงออกมา “มีใครคิดเหมือนฉันไหมว่าเจ้าเห่ยนี้..ยิ่งนับวันยิ่งดูน่ากด...” เหล่าลูกน้องยิ้มระบายความหื่นกามออกมาจากใบหน้าเต็มที่ สึนะดิ้นสุดแรงที่มีเพื่อให้หลุดพ้นจากกลุ่มนักเรียนปีสามนี้
“ป..ปล่อยผมไปเถอะครับ...ได้โปรด..อย่าทำผมเลย” น้ำตาไหลออกจากดวงตาโตคู่สวย แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ผล
กลุ่มชายรุ่นพี่เหวี่ยงร่างผอมของสึนะกระเด็นไปกระแทกกับผนัง พร้อมกับหัวหน้ากลุ่มที่เดินเข้ามาใกล้
“ฉันเสร็จแล้ว...แกก็ต่อเลยละกันนะ...” มือหน้าฉีกกระฉากเสื้อออกเห็นหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างหอบจากการร้องไห้ ขณะเดียวกันร่างใหญ่นั้นก็โถมเข้าใส่
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!”
ผัวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ตึง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองร่างยักษ์ที่ล้มลงกับพื้นพร้อมกับหัวที่แตก “ลูกพี่!!!!”
เหล่าลูกน้องสงเสียงตกใจเมื่อพี่ใหญ่ของตนล้มไปนอน ก่อนจะหันไปมองพลองที่หมุนควงอยู่บนพื้น
ทั้ง 4 หันหลังไปมอง ก็พบกับร่างสูงผมสีดำสนิท ผ้าคลุมสีดำปลิวไสวที่ต้นแขนมีป้ายเขียนไว้ว่า
/รักษากฏ/ ดวงตาสีนิลจ้องมองพวกปีสามอย่างดุดัน
“สุมหัวกันแต่เช้าเลยนะพวกแก” ฮิบาริพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ออร่าทมึนแผ่ไปทั่วทำเอากลุ่มนักเลงถึงกับ
ตัวสั่น
ชายร่างยักษ์ยันตัวขึ้นดวงตาเล็กหรี่มองอย่างโกรธ แต่พอรู้ว่าใครทำก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นกลัวทันที
“ฮิบาริ เคียวยะนี้หว่า...พวกเราถอย” ทั้ง 5 วิ่งหนีแต่ก็โดนฮิบาริเข้าขวาง พร้อมส่งรอยยิ้มเย็นๆออกมา
“ไม่ปล่อยให้หนีหรอก เจ้าสัตว์กินพืชชั้นต่ำ”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก”
.
.
นักเรียนทั้ง 5 นอนหมอบร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือด ฮิบาริเดินเข้ามาหาร่างเล็กที่สั่นเทิ้ม ร่างสูงเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของผู้แพ้ “แกนี้มันอ่อนแอจนดูไม่ได้เลยจริงๆ” สึนะเงยหน้ามองชายรุ่นพี่ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยน้ำตา “ฮึก....ฮือๆ..”
ร่างสูงขมวดคิ้วก่อนจะถอดเสื้อคลุมสีดำไปคลุมร่างเล็ก “เลิกร้องไห้ได้แล้ว ขืนร้องอีกฉันจะขย้ำแกซะ”
คำพูดขู่ของอีกฝ่ายตอนท้าย ทำให้สึนะรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างเร่งรีบ
กลื่นเลือดที่คลุ้งออกมา ทำให้ร่างบางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน
กลิ่นเลือดของยามาโมโตะ และความฝันอันน่าสะพรึงกลัวนั้น
ร่างเล็กปวดหัวและหนักขึ้นเรื่อยๆ ความพะอืดพะอมเริ่มขึ้นที่คอระหงส์
“เป็นอะไรไป” ฮิบาริเห็นท่าไม่ดีจึงดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้ ทันใดนั้นของเหลวเมือกสีเหลืองขุ่นก็ออกมาจากปากเล็กเข้าโดนเสื้อนักเรียนสีขาวของหนุ่มรุ่นพี่
ร่างบางเซล้มลงบนอกของร่างสูง ดวงตาสีน้ำตาลปรือลง หายใจหอบ ริมฝีปากเปรอะของเหลวสีเหลืองขุ่นขยับเบาๆ “ผ...ผม....ขอโทษ.....”
สึนะกล่าวอย่างอ่อนแรง ก่อนที่จะหมดสติลงอีกครั้ง
.
.
.
“ตึงๆ” จามาลอาจารย์ประจำห้องพยาบาลกำลังเสวยสุขกับการดกเหล้า เหลือบมองชายหนุ่มผมดำที่อุ้มหนุ่มหน้าหวานว่าที่วองโกเล่รุ่นที่10เข้ามา
หมอวัยกลางคนเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะตอบคำเดิมๆเสมอว่า “โทษนะ ฉันไม่รักษาผู้ชาย”
ร่างสูงแผ่รังสีอำมหิตออกมาทำเอาคุณหมอขึ้หลีที่กำลังดกเหล้าชะงักลง “แกจะทำ...หรือจะตายอยู่ที่นี้”
จามาลมองดวงตาสีนิลเย็นชา ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา – พ่อหนุ่มนี้มันเอาจริงแหะ –
ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ “เอาเจ้าหนูซาวาดะวางลงบนเตียงสิ”
ฮิบาริทำตามจามาล หมอมาดเซ่อทำการตรวจไปเรื่อยๆ ตามประสาหมอ
-จะว่าไปเจ้าซาวาดะมันน่ารักขึ้นทุกวันๆ จนจะเป็นสาวสวยได้แล้ว อยากแตะอั๋งเหมือนกันแหะ -
-แต่ถ้าทำหัวคงแบะเอาแน่ๆ- จามาลลอบมองใบหน้าพ่อหนุ่มจอมโหดก่อนจะหันมาทำงานต่อไป
“สรุปว่าไง” เสียงเย็นกล่าวขึ้นหมอหนุ่มเดินกลับไปนั่งที่เดิม
“เป็นความเครียดนะ ให้นอนพักเยอะ แล้วอย่าพยายามให้เจอเรื่องหนักๆก็พอแล้ว”
จามาลเหล่มองดวงตาสีนิลที่เย็นชา แต่เขาก็พอสังเกตได้จากแววตาบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“มองหาอะไร” ฮิบาริถามห้วนๆ จามาลทำท่าทางเป็นไม่รู้เรื่อง ชมนกชมไม้นอกหน้าต่างไปเรื่อยๆ
จนร่างสูงออกไปจากห้องพยาบาล
DR.จามาลหันกลับไปมองร่างบางที่หลับใหลก่อนจะหัวเราะเบา -เสน่ห์แรงไม่ใช่เล่นเลยนะ เจ้าซาวาดะ-
ฮิบาริเดินกลับมายังห้องทำงานของตน ก็พบกับคุซาคาบะคนสนิทที่ยืนรออยู่ในห้อง ดวงตาสีดำจ้องมองคราบบนเสื้อของหัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบ ก่อนจะถาม “อะ...เออ..คุณเคียวครับเสื้อคุณ...”
ฮิบาริตอบอย่างไม่ใส่ใจ “แค่รอยอ้วกนะ...ว่าแต่มีเรื่องอะไรก็ว่ามา”
คุซาคาบะยื่นเอกสารให้ร่างสูง แล้วอธิบายเนื้องานในเอกสารโดยย่อๆ
ฮิบาริเปิดเอกสารขึ้นมาดู ร่างสูงใหญ่มองเจ้านายตนด้วยสายตาฉงน
-วันนี้มีแต่เรื่องแปลก- คุซาคาบะคิดไหนจะเรื่องที่มาโรงเรียนกับเจ้าซาวาดะ แล้วยังจะรอยอาเจียนบนเสื้อของ
ฮิบาริเองอีก ที่สำคัญเสื้อคลุมสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณเคียวหายไปไหน?
“มีเรื่องอะไรอีก” ฮิบาริถาม “เปล่าครับ”
“งั้นก็ออกไปได้แล้ว ฉันจะทำงานต่อ” คนสนิททำตามแต่โดยดี ถึงแม้จะยังค้างคาใจสงสัย แต่ถึงถามไปก็คงไม่ได้คำตอบอยู่ดี
สึนะสะดุ้งตื่นเพราะเสียงมือถือของตัวเอง พอดูชื่อที่ขึ้นจอสึนะก็รีบรับโดยไม่ลังเล
“โกคุเทระคุงเป็นอะไรหรือเปล่า” ร่างเล็กถามอย่างเป็นห่วง
“ขอโทษครับรุ่น 10 ผมลืมเปิดเครื่องนะครับ ”
สึนะถอนหายใจ “ดีใจจังนึกว่าเป็นอะไรไปซะอีก ว่าแต่วันนี้ทำไมโกคุเทระคุงไม่มาโรงเรียนละ มีเรื่องอะไรหรอ”
ปลายสายเงียบไปพักนึงก่อนจะตอบกลับมา “ผมไปเยี่ยมเจ้าบ้าเบสบอลมานะครับ”
“แล้วอาการเป็นไงบ้าง ดีขึ้นรึยัง” สึนะนึกถึงยามาโมโตะที่ไม่ได้ไปเยี่ยมตั้งหลายวัน
“อาการยังคงเหมือนเดิมครับ...”โกคุเทระตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยไม่แพ้กับความรู้สึกของสึนะเช่นกัน
ทั้ง 2 ฝ่ายเงียบ จนกระทั้งเรือนผมเงินเปิดการสนทนา “ได้ข่าวจากคุณรีบอร์นว่ารุ่น 10 ต้องไปอยู่ในความดูแลของไอ้โรคจิตนั้นใช่ไหมครับ”
สึนะยิ้มแหยๆ ไอ้โรคจิตที่ว่า คงหมายถึงคุณฮิบาริสินะ “อืม...ก็ประมาณนั้นแหละ”
“ผมขอโทษนะครับเพราะผมไม่เก่งพอรุ่น 10 เลยต้องลำบากไปอยู่กับเจ้านั้น แล้วเจ้านั้นมันทำอะไรรุ่น 10 รึเปล่า”
-ขืนบอกไปมีหวังได้ถล่มบ้านคุณฮิบาริพังแน่ – ร่างเล็กถึงกับหน้าถอดสี อีกอย่างเรื่องแบบนี้ให้ตาลหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีวันบอกใครเป็นแน่
ว่าโดนขโมยจูบแรกจากผู้ชายด้วยกันเอง
“เปล่านะ...คือไม่ได้ทำอะไรหรอก” สึนะพูดโกหกเต็มประตู โกคุเทระขมวดคิ้ว และนิ่งเงียบไป
เรือนผมน้ำตาลกลัวรู้ความจริงจึงรีบพูดตีโพยตีพายเข้าใหญ่ “จริงๆนะโกคุเทระคุง ไม่เชื่อฉันหรอ”
“ปะ..เปล่านะครับผมไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น...ผมแค่.....”
“เป็นห่วงรุ่น 10 เท่านั้นนะครับ” คำตอบของเรือนผมเงิน ทำให้สึนะยิ้มออกมาในความขี้ห่วงของเพื่อนจอมโวยวาย “ขอบใจนะโกคุเทระคุง ไม่ต้องห่วงฉันหรอกนะ ฉันยังแข็งแรงดี นายไปดูแลยามาโมโตะเถอะ”
โกคุเทระหน้าแดงขึ้น ก่อนจะโค้งเคารพแล้วบอกลาสึนะ
เมื่อโกคุเทระวางหูเสร็จ ดวงตาสีน้ำตาลมองไปยังนาฬิกาที่ติดบนผนังห้องพยาบาล
“ 6 โมงเย็นแล้วหรอเนี้ย” สึนะอุทาน ตัวเองแทบไม่อยากเชื่อว่าจะนอนไปนานขนาดนี้ ว่าแล้วร่างเล็กก็รีบกระโดดลงจากเตียง
ตุบ!!!
เสื้อคลุมสีดำหล่นลงจากตัวสึนะไปกองกับพื้น มือเรียวหยิบเสื้อนั้นขึ้นมาดู
“นี้มัน......”
“เสื้อของฮิบาริเขานะ” เสียงของจามาลดังขึ้น สึนะหันหน้าไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วกลับมองเสื้อคลุม
สีดำ “นี้คุณฮิบาริ เป็นคนพาเรามาห้องพยาบาลงั้นหรอ” นิ้วเรียวลูบเสื้ออย่างแผ่วเบา พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าหวาน ประกอบกันแก้มที่อมชมพูขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้จามาลอดคิดไม่ได้ว่าเป็นหญิงสาวน่ารัก
“ไหนๆก็ฟื้นแล้ว ขอฉันดูอาการเธออีกหน่อยก็แล้วกันนะช่วยถอดเสื้อผะ....”
พลองเหล็กหมุนไปกระแทกหัวหมอวัยกลางคนน็อคไปนอนกับพื้น สึนะมองตามทิศทางพลองคุ้นตาหมุนกลับผ่านตัวเขาไปยังร่างที่ยืนตรงประตูห้องพยาบาล “คะ...คุณฮิบาริ”
ฮิบาริเดินเข้ามา ดวงตาสีนิลจ้องมองชายวัยกลางคนที่นอนไร้สติบนพื้น “ไอ้บ้านี้......”
ชายหนุ่มมองอย่างหงุดหงิด นี้ถ้าเขาไม่เข้ามาเจ้าสัตว์กินพืชนี้คงโดนแต๊ะอั๋งจับตรงนั้นที่ตรงนี้ที่ไปเรียบร้อยแล้ว
“คุณฮิบาริ ทำไมต้องลงไม้ลงมือกับคุณจามาลด้วยละ” สึนะถามเสียงโวยวาย
ร่างสูงหันกลับมามองคนตัวเล็กด้วยสายตาไม่พอใจ ทำเอาสึนะต้องก้มหน้าหนี
“แกนี้มันซื่อบื่อจริงๆ” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นเอียงมองคนข้างหน้าอย่างงงงวย
....เขาซื่อบื่อ.............เรื่องอะไรอะ?
ฮิบาริยกมือมากุมหน้าผากตัวเองเมื่อเห็นแววตาไร้เดียงสานั้น “ลุกขึ้นซะ ฉันจะพาแกกลับบ้าน”
หนุ่มรุ่นพี่ตัดบทแล้วเดินออกจากห้องไป สึนะกอดผ้าคลุมสีดำไว้ที่อกแล้วรีบวิ่งตามอีกฝ่ายไป
ทั้ง 2 มายังโกดังเก็บของของโรงเรียน ดูๆแล้วถ้าจะให้เรียกน่าจะเรียกว่าโรงรถของฮิบาริน่าจะถูกกว่าเพราะในโกดังไม่มีอะไรเลยนอกจากมอเตอร์ไซด์สีดำของร่างสูงเท่านั้น
ดวงตาสีน้ำตาลสังเกตเห็นคราบเหลืองเมือกๆบนเสื้อผ้าของร่างสูง ทำให้นึกได้ว่าก่อนเขาจะหมดสติเขาอาเจียนใส่เสื้อฮิบาริเข้า ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์มาช่วยแต่ตัวเองกลับทำเรื่องน่าเกลียดใส่ซะนี้ ....เรานี้มันแย่จริงๆ.....
“ซาวาดะ” เสียงเรียกของฮิบาริทำให้สึนะตื่นจากความคิด “คะ..ครับ..”
“คิดอะไรอยู่ ฉันเรียกตั้งหลายหนแล้วแกไม่ได้ยินรึไง” ฮิบาริพูดเสียงดุ ดวงตาสีน้ำตาลทอประกายความรู้สึกผิดออกมาก่อนจะกล่าวตอบ “เสื้อของคุณ.....ผม...”
“ชังมันเถอะ” น้ำเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาวนี้ ทำเอาสึนะกลัวว่าคนข้างหน้าจะโกรธ
“ผมขอโทษ...ผม....” ร่างสูงเดินเข้ามาคว้าเสื้อคลุมสีดำจากมือเรียวไปคลุมตัวก่อนจะกล่าวน้ำเสียงจริงจัง
“ฉันไม่ชอบพูดซ้ำซาก แล้วก็เลิกขอโทษซะที ” ฮิบาริเดินไปยังรถของตน สึนะเดินตามไปสองสามก้าวก่อนจะหยุดลง “เออ....”
เรือนผมดำหันกลับมามองเด็กหนุ่ม ที่ยืนอ้ำอึ้งเหมือนจะกล่าวอะไรบางอย่างกับเขา “อะไร?”
“ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยผมไว้” สึนะโค้งตัวพร้อมกับใบหน้าที่แดงจนเห็นได้ชัด
“ฉันแค่เกลียดการสุมหัวก็เท่านั้น ไม่ได้หวังจะช่วยแกหรอกนะ” ใบหน้าสวยเงยขึ้น |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Dec 19, 2008 1:51 pm Post subject: |
|
|
Part 9
“อื้อ.....” ดวงตาสีน้ำตาลปรือขึ้น ลมปะทะเข้าหน้าจนทำให้ผมปลิว
- กลิ่นนี้ – สึนะซุกลงกับอะไรบางอย่างที่ทั้งกว้างและอบอุ่นในคราวเดียวกัน “เอ๋!!!!”
เรือนผมน้ำตาลสะดุ้งตื่นเต็มตา ร่างบางหน้าแดงก่ำไปทั้งหน้า -นี้เราซบหลัง...คุณ..ฮิบาริ-
“หึ” เสียงหัวเราะแบบดูถูกอันเป็นเอกลักษณ์ของร่างสูงดังขึ้น “ ตื่นแล้วเหรอเจ้าสัตว์กินพืช”
ให้ตายเถอะน่าอายจนอยากเจ้าเอาหัวมุดลงดินจริง ที่จู่ๆก็หลับไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้
ที่สำคัญยังเอาแผ่นหลังของคุณฮิบาริเป็นที่นอนนี้........
เขาจะคิดยังไงละเนี้ย..................!!!
ขณะนั้นดวงตาสีน้ำตาลเหลือบไปสังเกตเห็นรถเก๋งสีดำตามพวกเขาติดๆ
ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร จึงหันหน้ากลับมา แต่มันกลับมีลางสังหรณ์ไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก
ดวงตาสีน้ำตาลจึงจ้องมองเบื้องหลังอีกครั้ง ก็พบกับวัตถุสีเงินในมือของชายที่อยู่ในรถชี้มาทางเขา
“ คุณฮิบาริ!!...ปืน!!”
ปังปังปัง!!!!!!!!!!!!!
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับกระสุนจำนวนมากที่พุ่งเข้ามาตามลำดับ “ คุณฮิบาริ!!!!!!!” สึนะร้องสุดเสียง
ฮิบาริปล่อยมือข้างจากคันขับแล้วคว้าทอนฟาใต้เสื้อคลุมสีดำ ปัดลูกกระสุนที่สาดใส่เข้ามา กระสุนเงินจำนวนมากกระเด็นไปชนตัวรถอื่นๆที่ไม่รู้เรื่องจังๆ “เหวอ!!นี้มันอะไรกันนี้ “เสียงตะโกนโหวกเหวกของผู้เคราะห์ร้ายดังระงมไปทั้งถนน
“คุณฮิบาริ!!” สึนะร้องลั่นด้วยความตกใจ แต่ทว่าร่างสูงกลับยังคงบังคับรถมอเตอร์ไซด์ด้วยใบหน้าสงบ
“เกาะแน่นๆละ”ฮิบาริบิดคันเร่งเครื่อง มอเตอร์ไซด์ก็พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว
“เหวอ!!!!!” สึนะร้องเสียงหลงกับการขับรถแสนหวาดเสียวของรุ่นพี่จอมโหด
เด็กชายเหลือบหันไปมองด้านหลังก็พบกับรถเก๋ง 2 คันที่ซิ่งตามมาไม่แพ้กัน กับมอเตอร์ไซด์อีก 3
“คุณฮิบาริ!!พวกนั้นมัน!!” ชายผมดำยิ้มเย็นดวงตาคมเหลือบมองด้านหลัง
“รถ 2 มอเตอร์ไซด์ 3 งั้นเหรอ” ฮิบาริเลี้ยวแซงรถข้างหน้า ปาดรถคันนั้นทีคันนี้ทีอย่างไม่เห็นหัวใคร
ช่างเป็นการขับรถที่ชวนหัวใจวาย จนร่างบางร้องกรี๊ดมาตลอดทางเหมือนนางเอกหนังในฮอลลิวู้ด
–ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยยยยยยยย- สึนะคิดอย่างบ้าคลั่งในใจ
ที่สำคัญไม่เพียงแต่ไอ้การขับรถของคุณฮิบาริแล้ว ยังต้องคอยระวังหลังกับกระสุนที่พร้อมจะยิ่งให้ตัวเขาทั้งตัวพรุนไปในพริบตาอีกต่างหาก
ซวยๆๆๆๆๆๆซวยสุดจะกล่าว.......
“ชิ..ไอ้เด็กเวรนี้” คนขับรถที่ขับไล่ตามสบถออกมา “มันจะขับไปถึงไหนกันวะ”
“คุณฮิบาริเราจะหนีไปที่ไหนกันครับ” สึนะถาม ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดนอกจากต้องตั้งสมาธิกับการขับรถและหลบกระสุนจากไอ้พวกที่ตามจับร่างบางนี้แล้ว ยังจะสร้างความยุ่งยากเรื่องที่ต้องตอบคำถาม
“ยังไม่ได้คิด” คำตอบสั้นๆทำให้สึนะแทบหงายหลัง นี้ตกลงเขาต้องฝากชีวิตไว้กับคนๆนี้จริงๆเหรอเนี้ยยยยย
รีบอร์น....เพราะแกคนเดียว
ร่างบางคิดอย่างเข็ญเคี้ยวกับอาจารย์สอนพิเศษที่หาเรื่องยุ่งให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน
แล้วท่าทางคราวนี้จะเป็นเรื่องที่วุ่นวายกว่าเก่าอีก..................
ตาสีนิลหันไปเห็นตรอกซอยขนาดเล็กข้างทาง ร่างสูงบิดคันเร่งเลี้ยวเข้าซอยทันที และด้วยขนาดของทางจึงทำให้มีเพียงแต่มอเตอร์ไซด์ 3 คันนั้นเข้าตามมาได้ ส่วนรถทั้ง 2 คันก็ทำได้แค่เพียงจอดนิ่งเท่านั้น
“หนอย...ไอ้เด็กบ้านั้น!!!!”ชายใส่สูทลงจากรถพร้อมปืนสั้น รถเก๋งอีกคันจอดตาม คนในรถอีก 3 คนลงตามมา “จะเอาไงดีละครับ ถ้าเราไม่ได้ตัววองโกเล่รุ่น 10มีหวัง....” ร่างสูงฝาดหัวลูกน้องตนด้วยปืนสั้นจนหัวแตก
“หุบปากแล้วตามมันไป!!!!” ชายฉกรรจ์ทั้ง 6 วิ่งตามเข้าไปในซอยโดยมีนายใหญ่อยู่ด้านหลัง
ร่างบางโล่งใจที่หนีรอดจากมือสังหารมาได้ แต่ทว่าถ้าหูของเขาไม่ๆได้ฝาดไปละก็....มันมีเสียงเครื่องยนต์ไล่ตามมาอีก
เรือนผมน้ำตาลหันหลังไปมองก็พบกับมอเตอร์ไซด์ในตอนนั้น 3 คัน..“คุณฮิบาริมันตามมาอีกแล้ว!!!!”
ฮิบาริสบถออกมาเบาๆ ชายสวมหมวกกันน็อกชักปืนสั้นออกมาไล่กราดยิ่ง ร่างสูงควักเอาทอนฟาปัดป้องออกไปโดยจงใจให้หันกลับไปหาเจ้าตัว
กระสุนเงินย้อนกลับเข้ายิงใส่ผู้ไล่ตามทั้ง 2 จนล้มไปกับพื้นอย่างน่าสมเพช แต่ทว่าด้วยความที่พื้นที่นั้นแคบ
ฮิบาริจึงไม่สามารถหลบกระสุนบางส่วนได้ สึนะตาโตเมื่อเห็นเลือดที่ไหลรินออกจากแขนข้างซ้ายของร่างสูง
“คะ..คุณฮิบาริ” สึนะอยากจะร้องไห้ ถ้าฮิบาริไม่มาห้ามไว้ “อย่าร้องไห้นะ..แกจะทำให้ฉันเสียสมาธิ”
แต่คราวนี้ร่างบางก็ต้องร้องเสียงหลงอีกครั้ง เมื่อทางข้างหน้ากลับเป็นทางตันซะนี้
“คุณฮิบาริ ทางมัน....” ร่างสูงเหยียดยิ้ม “เกาะฉันไว้ อย่าปล่อยมือถ้าไม่อยากตายละก็”
สึนะไม่อาจเดาได้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร แต่เวลานี้เขาต้องเชื่อใจฮิบาริ เชื่อมันในตัวของเขา
มือเล็กโอบเอวร่างสูงแน่น ใบหน้านวลซุกเข้ากับแผ่นหลังกว้าง
-ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะเชื่อใจคุณ-
“ตอนนี้ละ” ฮิบาริยกล้อขึ้นแล้วทะยานรถขึ้นข้ามกำแพงที่ขว้างอยู่ไปได้อย่างปาฏิหารย์
คนที่ขี่ตามมานั้นตกใจจนต้องเบรกเมื่อเจอทางตัน
ร่างชุดดำวิ่งตามเข้ามาจนสุดซอยสิ่งที่พบคือร่างที่บาดเจ็บ 2 คน กับอีก 1 ที่ทำงานผิดพลาด
“มันหนีไปแล้วงั้นเรอะ” ชายร่างสูงใส่สูทแยกเขี้ยวใส่ลูกน้องที่ทำงานผิดพลาด
ทว่าเสียงที่เย็นยะเยือกนั้นทำให้ผู้เป็นหัวหน้าถึงกับตัวสั่นขึ้นมาทันที “วองโกเล่ที่ 10 หนีไปแล้วงั้นรึ”
ร่างสูงเรือนผมดำยาวสลวย ดวงตาคมสีแดงฉานจับจ้องอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ
“ทะ..ท่านคาน่อน..” ชายใส่สูทอาบไปด้วยเลือด หัวบนบ่าหลุดลอยไปกระทบกับพื้น เลือดกระเซ็นออกไปทั่วทิศ
ทำให้ชายชุดดำคนอื่นตัวสั่น “วะ...ไว้ชีวิต..พะ..พวกเราด้วย”
ร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมกับดาบที่มีลวดลายงูสีทองบนด้ามจับ คมดาบเปียกปอนไปด้วยเลือดสดๆไหลหยดลงบนพื้นชวนน่าสะอิดสะเอียน “เผอิญว่าฉันเกลียดพวกทำพลาดซะด้วยสิ”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!”
หนุ่มผมดำสลวยยืนนิ่ง ตัวชุ่มไปด้วยเลือดท่ามกลางซากศพที่กองเกลื่อน ดวงตาสีแดงจ้องมองดวงจันทร์อย่างเหม่อลอย
“ฮิบาริ เคียวยะ”
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Dec 19, 2008 1:51 pm Post subject: |
|
|
Part 10
ร่างสูงของชายหนุ่มวัย 18 ปีก้าวเดินไปตามทางผนังอิฐมืดมิด มีแต่เพียงแสงไฟสลัวจากคบเพลิงให้ความสว่างพอให้สามารถมองเห็นได้ เท้าทั้งคู่มาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ไร้ลูกบิดหรือด้ามจับเปิด
ริมฝีปากหนาพึมพำประโยคบางอย่าง เมื่อพูดจบประตูที่ลงกลอนไว้ด้วยกลไกบางอย่างก็ค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆด้วยตัวของมันเอง
ดวงตาสีแดงของชายหนุ่มจับจ้องเส้นทางยาวทอดต่อจากประตูที่มืดสนิท เรือนผมยาวดำก้าวผ่านเข้ามาพร้อมกับประตูที่ปิดลง
ทุกระยะก้าวที่เท่าๆกันเปลวไฟบนคบเพลิงก็ค่อยๆจุดตัวเองขึ้นให้แสงสว่างบนทางเดินที่มีผ้าปูสีแดงกำมะหยี่เป็นระยะๆ จนในที่สุดร่างสูงหยุดเดินพร้อมๆกับคบเพลิงอันใหญ่ 2 อันสุดท้ายจุดตัวขึ้น
ชายหนุ่มคุกเข่านั่งลงต่อหน้า บุคคลสวมผ้าคลุมสีดำสนิทที่นั่งบนเก้าอี้สีดำขอบเก้าอี้ประดับลวดลายสลักของงูและหัวเสือคำราม “คาน่อนรายงานตัวครับ”
ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายก่อนจะกล่าว “วองโกเล่รุ่นที่ 10 หนีไปได้ครับ”
สิ้นคำพูดของคาน่อน เสียงหัวเราะเย้ยยันกวนประสาทดังขึ้นทันทีพร้อมกับหลุมดำที่ปรากฏขึ้นทางซ้ายของเรือนผมดำสลวย “อะโหยยยย...เหลือเชื่อคาน่อนทำงานพลาดรึเนี้ย สงสัยงานนี้พวกเราคงได้รับโบนัสกระจายแหงๆ”
เด็กชายตัวเล็กผมเขียวปรากฏขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองร่างสูงอย่างเยาะเย้ย
“คาน่อนแค่พลาดงานแค่ครั้งเดียว ไม่เหมือนนายหรอกนะเจสก้าร์” เสียงเย็นชาของหญิงสาวเรือนผมยาวสีชมพูมัดรวบไว้ด้านหลังสวมชุดกิมิโนรัดรูปสีชมพู ชายกระโปรงสั้นเพียงแค่ต้นขาขาวอ่อน คอกิโมโนแหวกอกเผยเห็นหน้าอกเต่งตึงสวยงามที่ถูกปกปิดด้วยเสื้อตาข่ายด้านใน
“แกว่าฉันหรอยูริ!!” เสียงใสกังวานเปลี่ยนเป็นความก้าวร้าว หญิงสาวหลับตาลงทำเป็นไม่สนใจความเกรี้ยวกราดของเด็กชายโจ๊กเกอร์
“ทั้ง 2 คนหยุดได้แล้ว” เสียงห้ามปรามคำรามมีอำนาจดังขึ้นทำให้เจสก้าร์และยูริต้องรีบโค้งตัวเคารพอย่างนอบน้อม“ขออภัยครับ//ค่ะ”
เสียงพ่นลมทางจมูกออกอย่างเบื่อหน่ายของบุคคลบนที่นั่ง สายตาสีฟ้าคราบเหลือบมองหญิงสาวอย่างไม่พอใจ ถึงอย่างไรก็ตามแต่ยูริก็รับรู้ได้ แต่ทว่าดวงตาสีม่วงของเธอไม่แม้แต่จะแลมองเด็กชายวัย 8 ขวบ
“มีเรื่องสำคัญที่ข้าต้องบอกอีกอย่าง” เสียงเรียบของหนุ่มร่างสูงเรียกความสนใจของเด็กชายและหญิงสาว
“ว่ามา...” คิ้วทั้ง 2 ของคาน่อนขมวดเข้าหากัน “คนที่พาวองโกเล่รุ่น 10 หนีไปได้ คือ ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาครับ”
ดวงตาสีม่วงเบิกกว้างขึ้น แต่ยังคงแสดงอาการสงบไว้ ตรงข้ามกับเจสก้าร์ที่ตะโกนออกมา “ว่าไงนะ!!ถ้างั้น!!!”
ร่างสูงใต้ผ้าคลุมสีดำลุกขึ้นยืนอย่างช้า เสียงหัวเราะดังขึ้นทำให้ทั้ง 2 แปลกใจเว้นเพียงผู้รายงานข่าว
“อย่างที่ฉันคาดไว้ไม่มีผิด วองโกเล่แฟมิลี่ต้องตัดสินใจมอบหัวหน้าตัวเองให้ผู้พิทักษ์ที่แข็งแร่งที่สุด”
มือหนาใต้เสื้อคลุมเอื้อมไปจับเปลวไฟสีส้มแดงในคบเพลิงข้างๆ ทันใดนั้นสีไฟในห้องทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวสว่างวาบลุกอย่างโชติช่วง
“น่าสนุกดีนี้.....ฮิบาริ เคียวยะ ดูสิว่านายจะปกป้องวองโกเล่รุ่น 10 จากน้ำมือเราได้รึเปล่า”
.
.
.
.
เสียงเครื่องยนต์ของมอไซด์หยุดลงกลางถนนเปลี่ยวไร้คนและบ้านเรือน ร่างสูงยกมือหนาขึ้นกุมบาดแผลที่มีเลือดไหลนองจนท่วมแขนข้างซ้าย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าและตัวจนเปียกชุม
“คุณฮิบาริ” สึนะรีบลงจากรถมาดูอาการของร่างสูง ดวงตาสีน้ำตาลมองแผลตรงแขนซ้ายที่เปิดกว้างกว่าเก่า
“ฉันไม่เป็นไร ขึ้นรถไปซะ” คำสั่งที่แหบพร่าลง แสดงให้เห็นถึงความล้าจนถึงที่สุดแล้ว
“ไม่ไหวหรอกคุณฮิบาริ เสียเลือดมากขนาดนี้อย่าฝืนเลยดีกว่าครับ หาหมอกันก่อนเถอะ” สึนะพูดและมองคนปากแข็งอย่างเป็นห่วง
ดวงตาสีนิลคมจ้องมองใบหน้าหวาน แววตาความเป็นห่วงจากตาสีน้ำตาลกลมโตทำให้อดยิ้มไม่ได้
“แล้วแกจะไปหาหมอที่ไหน ในเมื่อรอบๆตัวมีแต่ท้องนาแบบนี้” คำพูดของฮิบาริ ทำให้ร่างบางมองไปรอบๆ
ใช่แล้ว ฮิบาริพาเขาหนีมาอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั้งเขาและฮิบาริก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ไปอยู่ที่สวนใดของญี่ปุ่น ซ๊ำร้ายฝนก็ดันตกลงมา และดูท่าทางจะหนักเอาการด้วย
ทว่าเหมือนพระเจ้าจะไม่โหดร้ายขนาดนั้น สึนะมองเห็นกระท่อมห่างจากที่นี้ไม่มากนัก
“คุณฮิบาริ...เราเข้าไปหลบฝนที่กระท่อมนั้นก่อนเถอะครับ” ร่างสูงพยักหน้าทำตามที่เรือนผมน้ำตาลบอกเพราะร่างกายของเขาถึงขีดสุดแล้ว
มอเตอร์ไซด์จอดลงหน้ากระท่อม สึนะลงมาทำท่าจะพยุงชายหนุ่ม แต่ฮิบาริสะบัดตัวออกแล้วเดินกุมแผลไปยังประตูไม้ที่ปิดอยู่
ก๊อกๆๆ
ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ร่างสูงจึงลองเปิดประตูดู สึนะวิ่งตามเข้ามาทีหลังสิ่งที่ภายในนั้นว่างเปล่าจนแทบไม่มีอะไรเหลืออยู่ข้างใน “ดูถ้าจะเป็นกระท่อมร้าง”ฮิบาริตอบสั้นๆ แล้วถือวิสาสะเข้าไป
“ดะ...เดี๋ยวก่อนสิคุณฮิบาริ...อาจมีเจ้าของบ้านก็ได้นะครับ” เรือนผมดำหันกลับมาด้วยอาการหงุดหงิด
“แล้วไงหรือแกจะรอตากฝนให้เจ้าของบ้านกลับมา” สึนะเงียบลง – จะว่าไปก็จริงแหะ-
ร่างบางเข้ามานั่งลงตรงข้ามกับร่างสูงโดยมีที่กอไฟอยู่ตรงกลางบ้านขั้นทั้งคู่อยู่
บรรยากาศในกระท่อมร้างเงียบสนิท ได้ยินเพียงเสียงฝนที่ตกกระหน่ำ กับเสียดพายุที่พัดไปมากระทบกับกระท่อมและเล็ดลอดเข้าช่องลมดังหวิว....หวิว............รวมถึงเสียงฟ้าร้องที่ดังคำรามเป็นระยะ
จู่ๆร่างสูงก็ลุกขึ้นทำเอาสึนะสะดุ้งโหยง ดวงตากลมโตจ้องมองคนข้างหน้าอย่างประหลาดใจ
อะ...อะไรของพี่แกอะ?จู่ๆก็ลุกพรวดพราดเฉยเลย......
ฮิบาริเดินไปรอบๆบ้านสายตาสอดส่องราวกับจะหาอะไรบางอย่าง สึนะเฝ้ามองอย่างฉงน
“เจอแล้ว” รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้น ฮิบาริหันกลับมาหาสึนะพร้อมกับมีดทำครัวที่ส่องสว่างจากแสงฟ้าผ่า
สึนะตาโต คลานถอยหลังในทันที “คะ...คุณฮิบาริ...จะทำอะไรอะ”
ดวงตาสีนิลจ้องมองคมมีดแล้วใช้มือตัวเองลูบไปมาก่อนจะพูด “ใช้ได้พอดีเลย ถ้าเป็นไอ้นี้ละก็ผ่าได้สบายแน่ๆ”
สิ้นคำพูดของฮิบาริ ร่างบางอ้าปากกว้างขาสั่นหงึกๆ
ผะ...ผ่าหรอ....ยะ...อย่าบอกนะว่าคุณ....จะชำแหละผมเป็นอาหารนะ
ม่ายยยยยยยน้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
นั้นไงไม่พูดพร่ำทำเพลงฮิบาริก็เดินเข้ามาใกล้สึนะเรื่อยๆ ความกลัวทำให้สึนะตัวสั่นจนขยับร่างกายไม่ได้
“จุดไฟซะ” ฮิบาริสั่ง สึนะเงยหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ “ หา!!!!!” ใบหน้าคมแสดงความไม่พอใจออกมาทำให้สึนะรีบหยิบฟืนที่เหลืออยู่เล็กน้อยในกระท่อมมาวางตรงที่ก่อกองไฟสำหรับทำอาหาร
เอ๋ !!สำหรับทำอาหาร...........
“!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
“ชักช้าจริงเจ้าสัตว์กินพืช จุดไฟซะสิ” ฮิบาริพูดอย่างสะกดกลั้นอารมณ์โกรธ ถ้าเขาไม่บาดเจ็บละก็รับรองได้เลย
......ว่าจะขย้ำเจ้าสัตว์กินพืชนี้ให้เละเลยคอยดู
“ผะ....ผมไม่มีอะไรจะจุดไฟเลย...อะครับ” ร่างสูงหยิบบางอย่างในกระเป๋ากางเกง แล้วโยนให้คนตัวเล็ก
มือบางรับมันไว้ “ไฟแช็ก...!?”
“ฉันยึดจากพวกที่สูบในโรงเรียนมา” สึนะเหงื่อแตก ทั้งที่อุตส่าห์หาข้อแก้ตัวหลีกเลี่ยงได้แล้วแท้ๆ
ทำไมพี่แกถึงได้มีพร้อมแบบนี้นะ
คิดแล้วก็อย่างจะตืบไอ้พวกที่สูบบุหรี่เจ้าของไฟแช็กนี้จริงๆ
-นี้คุณจะกินผมจริงๆหยอออออออออออออออออออออออออออ –
เปลวไฟก่อตัวขึ้นจนร้อนได้ที่ แสงสีส้มแดงช่วยทำให้ความมือในกระท่อมส่องสว่างมากขึ้น
“ร้อนได้ที่แล้วสินะ” เสียงเย็นของฮิบาริทำสึนะขนลุกชัน ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองคนที่ยืนถือมีดในมืออย่างหวาดหวั่น
“นะ..นี้คุณจะ...กินผมหรอ...” สึนะพูดเสียงสั่นเครือ
เมื่ออีกฝ่ายเงียบ ร่างบางร้องไห้ออกมา
“ผะ...ผมนึกว่าคุณจะเป็นดีซะอีก...ทำไมทำแบบนี้ ทั้งๆที่ผม....อุตส่าห์เชื่อใจคุณถึงขนาดนี้....ฮึก..”
ฮิบาริขมวดคิ้วลง ก่อนจะพูด “พร่ำไร้สาระอะไรของแก ใครบอกว่าฉันจะกินแก”
“เอ๋!?” สึนะเงยหน้าที่อาบทั้งน้ำตาขึ้นมา
ร่างสูงทรุดลงนั่งข้างร่างบาง “ที่ฉันจะทำคือให้แกผ่ากระสุนตรงไหล่ซ้ายต่างหาก”
อ้าวววววววววววววววววว !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ใบหน้าสวยแดงขึ้นด้วยความอับอาย หน้าแตกยับเยินเลยตรู -[]-
ฮิบาริถอดเสื้อผ้าที่ชุ่มเลือดออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วนความเป็นชายและบาดแผลจากกระสุนที่ไหลซ้าย
เรือนผมดำยื่นมีดให้สึนะ “เอามันไปรนไฟซะ พอร้อนแล้วให้เอาออกมา”
สึนะรับมีดทำครัวเล่มนั้นมา แล้วทำตามที่ร่างสูงบอกเมื่อได้ตามที่รุ่นพี่บอกสึนะก็เอามีดที่ร้อนออกจากกองไฟ
เรือนผมน้ำตาลลุกมานั่งฝั่งซ้ายของรุ่นพี่ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองเลือดที่ไหลออกมาจากแผลไม่หยุดหย่อน
“ผะ...ผม..ทำไม่ได้” สึนะเบือนหน้าหนีแผลฉกรรจ์น่ากลัว
“อย่ากลัวอะไรไม่เข้าเรื่องได้ไหม บอกให้ทำก็ทำ...” ฮิบาริพูดเสียงเครียด “ตะ.....แต่......”
“ไม่ต้องกลัวไปหรอก ฉันอยู่นี้แกต้องกลัวอะไรอีก” น้ำเสียงดูสงบลง ร่างสูงพยายามไม่ให้อารมณ์ตัวเองเข้าสู่ภาวะตึงเครียดเพื่อไม่ให้เสียเลือดมากขึ้น
สึนะจับมีดแน่น ปลายคมจ่อห่างจากแผลจากกระสุนระยะนิดเดียว ร่างบางมือสั่นและลังเลก่อนจะตัดสินใจกดปลายมีดลงบนแผลลึกลง.....ลึกลง.........และลึกลง
ฮิบาริหลับตาเม้มริมฝีปากแน่น มือหนากำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อสกัดกั้นความเจ็บปวด
เลือดไหลออกมาหนักกว่าเก่าจนสึนะชะงักมือ “อย่าหยุด.....ทำ..ต่อไป..หากระสุนให้เจอ...”ร่างสูงพูดน้ำเสียงแหบพร่า
ร่างบางกรีดแผลลงลึกไปเรื่อยๆจนกระทั้งเห็นวัตถุสีเงินรีขนาดเล็กมือบางใช้นิ้วเรียวหยิบเอาวัตถุนั้นออกมา
“คุณฮิบาริ....เจอแล้วครับกระสุน” สึนะยิ้มอย่างดีใจ มือบางปาดเหงื่อที่ไหลออก หนุ่มรุ่นพี่ผ่อนลมออกแล้วใช้มือข้างขวาหยิบกระสุนนั้นมาดู ก่อนจะโยนเข้ากองไฟไป
ฮิบาริหยิบชายเสื้อคลุมสีดำมาฉีกออกเป็นแนวยาว“ทำแผลให้ฉันด้วย” ร่างสูงพูดเสียงเรียบ
ร่างบางพยักหน้าแล้วรับเศษผ้านั้นมาผันปิดบาดแผลอย่างเบามือที่สุด
ฝนยังคงตกไม่หยุดตอน จนเวลาน่าจะล่วงเลยเข้าเที่ยงคืนกองไฟที่ลุกนั้นก็ค่อยๆมอดและดับลง
ดวงตาสีน้ำตาลยังคงเบิกโพล่งกลางความมืดมิดอย่างกังวล –เจ้าพวกนั้นเป็นใครกันแน่นะ –
สึนะครุ่นคิดถึงเรื่องกลุ่มคนปริศนาที่ไล่จับเขาอย่างบ้าคลั่ง แล้วพวกนั้นต้องการตัวเขาไปทำไม ถ้าต้องการจะทำลายวองโกเล่แฟมิลี่ให้ไร้ผู้นำ สู้ฆ่าเขาไม่ดีกว่าหรือ
มีอะไรแอบแฝงมากกว่านั้นเป็นแน่....แต่คืออะไรนะ......................
การขยับตัวของคนข้างๆทำให้สึนะตื่นจากความคิด ร่างบางลุกขึ้นมามองดูใบหน้าหลับใหลของผู้ที่ปกป้องเขาไว้
-จะว่าไป..ตอนคุณหลับ....ดูไม่เหมือนคุณตอนที่ถือทอนฟาไล่ฟาดคนเป็นว่าเล่นเลยนะ...คุณฮิบาริ-
–นี้ถ้าเขารู้ว่าเราจ้องเขาขนาดนี้ มีหวังโดนกระทืบเละแน่ – เรือนผมน้ำตาลคิดอย่างอารมณ์ขัน ก่อนจะเอื้อมมือไปวางบนใบหน้าคม แต่แล้วสึนะก็ต้องชักมือกลับ “ร้อน....หรือว่า” สึนะรีบเอามือไปแตะหน้าผากอีกฝ่ายและตามตัวของร่างสูง
“ ตัวร้อนจี๋เลย….คุณฮิบาริ!!!” สึนะตะโกนเรียกชื่อหนุ่มรุ่นพี่ซ้ำไปมา แต่ร่างสูงกลับไม่มีท่าทีว่าจะตื่น
“ไม่นะ!!คุณฮิบาริตื่นซิ!!!” สึนะร้องเสียงดัง เขย่าตัวร่างสูงที่หลับสนิทไม่ว่าจะปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น
ดวงตากลมโตเบิกกว้างน้ำตาไหลอาบแก้ม “ไม่เอานะ......คุณฮิบาริ!!!!!!!ไม่ๆๆๆๆ”
สึนะร้องไห้จนตัวโยน กลัว....กลัวว่าอีกฝ่ายจะจากไป......
ถ้าคุณตาย.....ผมจะอยู่ยังไง..................
“พ่อ....แม่.”เสียงพึมพำของคนหลับใหลทำให้สึนะได้สติ “คะ...คุณฮิบาริ” มือบางจับมือหนาที่ร้อนยกมาแนบอก
“หนาว...” ร่างบางรู้ทันทีว่าเป็นอาการเพ้อจากพิษไข้ สึนะหยิบเอาเสื้อคลุมสีดำที่อีกฝ่ายให้มาห่มตัวฮิบาริ
แต่ว่าอาการของร่างสูงก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้สึนะตัดสินใจปลดกระดุมถอดเสื้อผ้าท่อนบนเผยให้เห็นแผ่นอกขาวเนียนแล้วเข้ากอดเรือนผมดำ “ ฮึก......คุณฮิบาริ..ได้โปรดอย่าเป็นอะไรเลยนะ”
เรียวแขนโอบกอดรอบคอคนไม่ได้สติ ใบหน้านวลซุกกับแผ่นอกของร่างสูงพร้อมน้ำตาที่ไหลพรูพรั่ง
“ข้อร้องละ....อย่าทิ้งผมไปนะ...คุณฮิบาริ.....”
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Dec 19, 2008 1:52 pm Post subject: |
|
|
Part 11
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่าง กระทบเข้ากับใบหน้าคมที่หลับใหล ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ก่อนจะค่อยลืมตาขึ้นมาหรี่มองแสงสีทองของยามเช้า ร่างสูงยกมือขึ้นป้องดวงตาตัวเองจากแสงแสบตา
“เช้าแล้วหรอ” ฮิบาริพึมพำ เมื่อคืนนี้เขาหลับสนิทอย่างน่าประหลาด อาจเพราะเสียเหลือมากและเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ เลยทำให้ความสามารถในการปกป้องตัวเองที่มักจะเป็นทุกครั้งไม่ว่าจะตื่นหรือหลับก็ตามนั้นหายไป
แต่ถึงอย่างไร....มันก็ทำให้สมองของเขาปลอดโปร่งแบบที่ไม่ได้เป็นมานานมากแล้ว….
ฮิบาริยันกายตัวเองแต่ก็พบกับความหนักที่แผ่ทับร่างกายเข้าแน่น ดวงตาสีนิลมองลงอย่างสงสัยก่อนจะเบิกตาโต
จะไม่ให้ตกใจได้ไง.......ก็ไอ้ความหนักบนตัวเข้าคือเจ้าสัตว์กินพืช ซาวาดะ สึนะโยชิที่หลับใหลน้ำลายยืดๆบน
ตัวเขา
ฮิบาริผลักคนร่างเล็กกระเด็นออก ทำให้คนขี้เซาลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงังเงีย สึนะขยี้ตาไล่ความง่วง
ดวงตาสีน้ำตาลโหล่คล้ำจากการอดนอนมองฮิบาริ ก่อนจะคลี่ยิ้มทั้งน้ำตาออกมา
“คุณฮิบาริ...ดีจังที่ฟื้นแล้ว..ผม..เป็นห่วงคุณแทบแย่” ฮิบาริก้มหน้าอย่างครุ่นคิดมองดูจากสภาพแล้ว ทั้งเสื้อคลุมสีดำที่เขาให้เจ้าสัตว์กินพืชห่มนอนกลับมาอยู่บนตัวเขาเอง และไอ้การกกกอดของเจ้านี้
หมายความว่าเขาเป็นไข้งั้นสินะ……………..
ก่อนจะได้เอ่ยถามอะไร เสียงทั้งหมดของชายผมดำก็กลืนหายไป ทันทีที่ดวงตาสีนิลมองคนที่ยังตื่นไม่เต็มตา ใบหน้าปรือแบบนั้นรวมถึงเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมออกไร้ซึ่งการปกปิดแผ่นอกขาวเนียนชวนสัมผัสและไหล่กลมมนที่แย้มออกมาเล็กน้อย ทำให้หน้าคมเข้มขึ้นสีมาอย่างไม่ตั้งใจ
“คุณฮิบาริ...หน้าแดงเชียว...หรือว่าไข้จะขึ้นอีก...” คนถามขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่ได้ระมัดระวังเสื้อผ้าที่ไหลหลุดไปเรื่อยๆตามการเคลื่อนไหวของตน
ฮิบาริปัดมือบางที่กำลังเอื้อมมาเตะหน้าตนออก สึนะชักมือกลับอย่างตกใจ ใบหน้าสวยแสดงถึงความกลัวและเสียขวัญจากการกระทำของชายรุ่นพี่ หนุ่มผมดำจึงตัดสินใจพูดตัดบทก่อนน้ำตาจะไหลแหมะๆออกมาจากตาคู่โตนั้น “สวมเสื้อผ้าซะ เราจะออกจากที่นี้กัน”
พูดจบร่างสูงก็ลุกขึ้นออกจากกระท่อมไปยืนรอหน้าประตูแทน ปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งงงอยู่ในนั้น
ความจริงก็ไม่ได้อยากแสดงกริยาก้าวร้าวใส่คนที่ดูแลตัวเองแบบนั้นหรอก
ขืนอยู่ในนั้นต่อไป......มีหวังคงเกิดเรื่องไม่ดีแน่ๆ .........................
“คุณฮิบาริเราจะไปไหนกันดีละครับ ที่นี้ที่ไหนก็ยังไม่รู้เลย” สึนะกล่าวถามร่างสูงที่เช็คมอไซด์ตัวเองอยู่เงียบๆ
ไม่มีการตอบกลับมา บางทีนี้อาจเป็นคำตอบว่าไม่รู้เช่นกัน เมื่อคิดได้เช่นนี้สึนะก็ถอนหายใจแล้วทรุดนั่งยองๆมองดูชายผมดำไปเรื่อยๆ – จะว่าไปวันนี้ คุณฮิบาริดูแปลกๆไม่ยอมสบตาเราเลย – สึนะคิด
แต่ถึงจะถามไปเผลอๆอาจได้แผลเป็นจากทอนฟากลับมาเป็นคำตอบก็เป็นได้............-*-
มอเตอร์ไซด์สีดำขับกลับมายังถนนดินขรุขระเดิมที่มาหยุดตั้งแต่เมื่อวาน เนื่องจากครั้งนี้เป็นเวลาตอนเช้าทำให้ดวงตาสีนิลปรับมองเส้นทางและสภาพแวดล้อมของที่นี้ชัดเจนขึ้น แม้อาการปวดที่แผลข้างซ้ายจะทำให้ลำบากกับการขับขี่ แต่มันก็ทุเลาจากเมื่อวานมากอย่างน้อยๆ ขับไปตามทางคงทนได้ซัก 10-20 กิโล
ร่างสูงขับรถไปตามเส้นทางที่ทอดยาวไปเรื่อย การที่มีถนนแบบนี้แสดงว่าต้องมีบ้านเรือนหรือไม่ก็มีผู้คนอาศัยไม่ไกลมากนัก โอกาสเสี่ยงที่จะหลงทางไร้จุดหมายก็น้อยลง
และแล้วก็เป็นไปตามคาดเดาจริงๆ หลังจากที่ขับออกไปได้ระยะนึง สึนะก็มองเห็นชาวนาชายหญิงคู่หนึ่งเดินมาเรื่อยๆ “คุณฮิบาริครับ นั้นคนนี้นา” สึนะพูดอย่างกระตือรือร้น
“อือ...เห็นแล้ว” ร่างสูงตอบเสียงเรียบ แล้วชะลอความเร็วลงก่อนจะจอดข้างทาง ชาวนาทั้ง 2 มองทั้งคู่อย่างประหลาดใจ ฮิบาริลงจากรถพร้อมกับสึนะแล้วเดินตรงมายังชายหญิงวัยกลางคน
ในตอนแรกทั้งคู่ดูเหมือนจะหวาดระแวงหนุ่มผมดำ ทำให้นิสัยขี้รำคาญของฮิบาริเริ่มออก หนุ่มเรือนผมน้ำตาลเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปแทรกถามเรื่องเส้นทางไปเมืองนามิโมริอย่างนอบน้อม ซึ่งทั้ง 2 ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตอบทุกคำถาม โดยที่มีการเหลือบมองเรือนผมดำที่ยืนกอดอกพิงกับมอเตอร์ไซด์สีดำรอ
“เจ้าหนู...ว่าแต่ผู้ชายคนนั้นนะเขาเป็นใครหรอ ท่าทางน่ากลัวจัง” ชายวัยกลางคนถาม ดวงตาสีน้ำตาลหันไปมองร่างสูงที่ยืนหลับนิ่งเงียบ “รุ่นพี่ที่โรงเรียนนะครับ..ความจริงเขาไม่ใช่คนน่ากลัวอะไรหรอกครับใจดีมากๆด้วย”
โกหกเต็มประตู...............................................................................
ทั้ง 2 คนยิ้มอย่างโล่งอก โดยไม่ลืมเตือนบางอย่างกับสึนะ
“เจ้าหนูที่เมืองนามิโมริ เขาว่ามีนักเลงเป็นนักเรียน ม.ต้นน่ากลัวราวปีศาจด้วยนะ ยังไงก็ระวังตัวด้วยละ”
สึนะยิ้มแหยๆก่อนจะโค้งขอบคุณและกล่าวลา -คงไม่ต้องระวังแล้วละ ที่พูดกันนะ ก็ยืนพิงมอไซด์อยู่โน้นไง –
หลังจากนั้นประมาณเกือบๆ 3 ชั่วโมง ทั้งคู่เดินตามเส้นทางที่รู้จากชาวนาทั้ง 2 ก็กลับมาถึงเมืองบ้านเกิดเมืองนอนที่รอคอย เมืองนามิโมริ…..
เมื่อเข้าเขตเมืองฮิบาริก็ตรงดิ่งเข้าเส้นทางไปโรงพยาบาลนามิโมริที่อยู่ในอิทธิพลตัวเอง เพื่อทำแผลที่แขนซ้ายใหม่ คุณหมอที่ทำการรักษาร่างสูงเห็นแผลกระสุนเข้าก็ถึงกับอ้าปากเหวอ สึนะเองก็เบือนหน้าหนีเช่นกัน
ทำไงได้ ก็พี่แกเล่นใช้มีดทำครัวแซะหัวกระสุนออก อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่หมอด้วยจะผ่าให้มันดูดีได้ไง
แผลที่เหวอะน่ากลัวนั้นทำให้คุณหมอต้องตรวจและรักษาอย่างพิถีพิถัน ไม่งั้นอาจติดเชื้อเอาง่ายๆ
นางพยาบาลที่ร่วมกันเห็นแผลกระสุนก็ถึงกับลากตัวสึนะมาซักถาม สึนะก็ตอบตามจริงทำเอาคนฟังลมแทบใส่
“เหลือเชื่อ นี้ยอมเอามีดทำครัวที่รนไฟหมาดๆนั้น.....” นางพยาบาลสาวทั้งหลายทำหน้าพะอืดพะอมบอกไม่ถูก
เกือบๆชั่วโมงกว่าแล้วที่สึนะรอร่างสูง ร่างบางเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขจากที่นั่งรอเฉยๆก็เริ่มลุกเดินวนไปมาหน้าห้องตรวจ ดวงตาคู่โตจ้องมองประตู รอการปรากฏตัวของหนุ่มผมดำอย่างเป็นห่วง
“ คุณฮิบาริจะเป็นไงบ้างนะ”
พูดไม่ทันขาดคำ ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่เฝ้ามอง คุณหมอเดินออกมาส่งด้วยท่าทางเคารพนอบน้อมพร้อมเหล่านางพยาบาล แสดงให้เห็นถึงอำนาจของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
"เรื่องค่ารักษา คงไม่มีปัญหาหรอกนะ” น้ำเสียงทุ้มดังขึ้น
“ไม่ต้องห่วงครับ สำหรับคุณฮิบาริจะยังไงก็ได้ทั้งนั้น” หมอชรากล่าว พร้อมโค้งเคารพอย่างสุภาพ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงดุๆเรียกคนไข้รายต่อไปที่ยืนมองเรือนผมดำอย่างอึ้งๆ
สึนะถึงกับกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่ได้ตั้งใจ – เบี้ยวค่ารักษาพยาบาลเฉยเลย –
.......ดูถ้าแบบนี้เราคงจะกังวลเกินความจำเป็นแล้วละมั้ง?
“ไปกันได้แล้ว” เสียงสั่งเรียบๆของฮิบาริทำเอาคนตัวเล็กตื่นจากความคิด “อะ...เออ...”
น้ำเสียงติดขัดและหวาดระแวงทำให้ร่างสูงเกินความสงสัยขึ้นมา “มีอะไร”
สึนะสูดลมลึกๆ ในเมื่อฮิบาริถามก็เท่ากับเปิดโอกาสให้เราพูด ยังไงก็ลองขอดูละกัน………………
“ผม....อยากเยี่ยมยามาโมโตะคุง..จะได้ไหมครับ” ร่างสูงยืนนิ่งเงียบ สึนะก้มหน้าลงด้วยสีหน้าผิดหวัง
คนเอาแต่ใจอย่างฮิบาริมีหรือ จะยอมตามใจคนอื่นง่ายๆ
“แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ” ใบหน้างามเงยหน้าขึ้นและยิ้มอย่างดีใจ “ขอบคุณครับ”
ร่างบางรีบวิ่งตรงไปยังห้องของเพื่อนสนิทอีกคนโดยมีฮิบาริที่เดินตามอย่างไร้อารมณ์ด้านหลัง
-ดีใจอะไรกันนักหนา...เจ้าสัตว์กินพืชนี้- ใบหน้าคมมองหลังเล็กบางราวกับผู้หญิงอย่างเซ็งจิต
เขาเองก็ไม่เขาใจเหมือนกันที่ตามใจเจ้านี้ขึ้นมาง่ายๆ
บางทีอาจเป็นความรู้สึกสมเพชละมั้ง
สึนะหยุดลงที่หน้าประตู มือเรียวเอื้อมไปจับลูกบิดก็ชะงักลง เมื่อเสียงทุ้มเตือนดังขึ้น
“ฉันให้แค่ 5 นาทีเท่านั้นอย่าได้ใจไปละ” ใบหน้าหวานหันมายิ้มตอบอย่างสดใส “ครับ”
หนุ่มผมดำยืนมองประตูที่ปิดลงพร้อมกับร่างเล็กที่เข้าไปในนั้น ฮิบาริพิงกำแพงข้างห้องของยามาโมโตะ
ฮิบาริขมวดคิ้ว ดวงตาสีนิลมองลงที่แผลข้างซ้ายที่พันผ้าพันแผลสีขาวแทนเศษผ้าจากเสื้อคลุมสีดำ
– แบบนี้เห็นทีคงลำบากแน่ -
สึนะทรุดนั่งลงเก้าอี้ข้างเตียงสีขาวบริสุทธิ์ ที่มีร่างของเพื่อนสนิทผู้ร่าเริงหลับใหลอยู่ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองด้วยความเศร้า มือบางวางลงบนมือหนาที่มีผ้าพันแผลอยู่
“ยามาโมโตะคุง....ฉันมาเยี่ยมแล้วนะ ขอโทษที่ไม่ได้มาตั้งแต่แรก” ดวงตาสีน้ำตาลคลอเบ้าขึ้น สึนะเริ่มรับรู้ว่าตัวเองจะร้องไห้ จึงรับยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาออก
“ ยามาโมโตะคุงต้องหายไวๆนะ รู้ไหมฉันกับโกคุเทระคุงเป็นห่วงนายมาก โดยเฉพาะโกคุเทระคุงห่วงมากกว่าใครเลยนะรู้ไหม” ร่างสูงยังคงนอนนิ่งสนิทไร้ตอบกลับ สึนะเหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้อง
-หมดเวลาแล้วสิ-
“ยามาโมโตะคุงฉันต้องกลับก่อนแล้วละ ถ้ามีโอกาสฉันจะมาเยี่ยมใหม่นะ” ร่างบางลุกขึ้นไปเดินไปยังประตู ดวงตาสีน้ำตาลมองคนที่หลับใหลครั้งสุดท้ายก่อนจะออกไปจากห้อง
.
.
.
.
บนเพดานดาดฟ้าของตึกสูงแห่งนึง ร่างของเด็กชายตัวเล็กในชุดตัวตลก ผมสีเขียวที่ชี้ไม่เป็นทรงพริ้วตามแรงลมที่พัดพา ใบหน้าที่ถูกเพนท์ขาวกำลังครุ่นคิดบางอย่างด้วยความเคร่งเครียด
“คิดเรื่องบอสอยู่รึ เจสก้าร์” เด็กชายหันไปมองต้นเสียง “ แกรน...”
ชายหนุ่มผมซอยสีแดงไฮไลท์เขียวอย่างเซ่อๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแหวกอกกับกางเกงยีนส์ ดวงตาสีมรกตจ้องมองเด็กวัย 8 ขวบไม่วางตา
“นายนี้ตามหาฉันเจอได้ทุกที....สนใจฉันนักรึไงกัน” เสียงยียวนเอกลักษณ์กลับมาอีกครั้ง ดวงตาสีเขียวหรี่มองอย่างรังเกียจ “ หึ....ที่ฉันมาก็เพราะนายออกมาข้างนอกโดยพละการแบบนี้ต่างหาก”
“ทำแบบนี้ บอสรู้เข้าคงไม่ปลื้มเท่าไหร่หรอกนะ แล้วยิ่งช่วงนี้นายไม่มีผลงานอะไรเลย เมื่อเทียบกับคาน่อน”
เด็กชายหันไม้เท้าลูกแก้วสีม่วงชึ้มายังใบหน้าของหนุ่มผมแดง “อย่าพูดชื่อเจ้านั้นให้ฉันได้ยิน เข้าใจไหม”
รอยยิ้มเหยียดขึ้นบนใบหน้าของคนอายุมากกว่า “ทำไม แกจะสู้กับฉันงั้นรึไง” เด็กชายจ้องมองคนข้างหน้าอย่างกินเลือดกินเนื้อก่อนจะชักคธากลับมา “จะไปไหนก็ไปฉันอยากคิดอะไรเงียบๆคนเดียว”
เด็กชายหันหลังกลับมามองวิวเบื้องล่างจากดาดฟ้า ทันใดนั้นแววตาความชั่วร้ายปรากฏขึ้นในดวงตาสีคราม
“ยิ้มแบบนี้ มีแผนอะไรอีกละสิ” แกรนพูดขึ้นแล้วเดินมายืนข้างๆเจสก้าร์
“ก็นะ...ในเมื่อฉันไม่ค่อยมีผลงาน ฉันก็จะสร้างผลงานขึ้นมากลบเจ้าคาน่อนนั้นซะ” เด็กชายยิ้มเหยียดออกมา “แน่ใจหรอ ว่าจะสำเร็จ ทำแบบนั้นไม่กลัวโดนเรื่องนอกเหนือคำสั่งรึไง”
เสียงหัวเราะของเด็กผมเขียวดังขึ้น “ไม่หรอกน่า ถ้าบอสรู้เขาน่าจะยินดีมากกว่าด้วยซ้ำ ”
“ว่าแต่นาย สนใจร่วมมือกับฉันไหมละ แกรน” เจสก้าร์น้ำเสียงเชื้อเชิญ ชายร่างสูงยิ้มเย็นกลับเป็นคำตอบ
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Dec 19, 2008 1:53 pm Post subject: |
|
|
Part 12
ทั้งคู่กลับมายังเรือนญี่ปุ่นโบราณ สถานที่ที่เรียกว่าบ้านของชายผู้มีชื่อว่าฮิบาริ เคียวยะ
ทันทีที่มาถึง เหล่าคนใช้ก็รีบกุลีกุจอนมาซักถามการหายตัวไปของทั้ง 2 คนด้วยอาการเป็นห่วง
ร่างสูงที่ทั้งเนื้อทั้งตัวชุ่มด้วยเลือดและคราบอาเจียนที่ไม่ได้ซักมาตั้งแต่เมื่อวานเริ่มจะส่งกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ออกมา ทำให้ใบหน้าของคนใช้ตื่นตระหนกกว่าเก่า “ตายแล้ว!!คุณหนูเลือดนั้น…”
“เผอิญมีเรื่องนิดหน่อย ไม่มีอะไรมากหรอก” เสียงทุ้มเรียบกล่าวราวกับไม่มีอะไรหนักหนาสาหัสนัก
ร่างสูงเดินนำเข้าบ้านไปโดยมีสึนะและคนใช้ทั้งหลายตามไปทีหลัง
“ฉันจะพักผ่อนซะหน่อย อย่าให้ใครมารบกวนละ” ร่างสูงสั่งหญิงชราผู้มีฐานะเป็นหัวหน้าคนใช้
ดวงตาสีนิลเหลือบมองร่างบางที่ถูกคนใช้หญิงทั้งหลายซักถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ อิฉันจะดูแลให้เอง” หญิงชราพูด ใบหน้าคมรีบหันหน้าออกจากจุดที่สึนะยืนอยู่
“ ไร้สาระ” ฮิบาริตอบเสียงห้วนๆ แล้วก้าวเดินไปห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว
จึงไม่อาจเห็นหญิงชราที่ยิ้มในอาการของเจ้าของบ้านเย็นชา ก่อนจะหันมามองสึนะที่กำลังขอบคุณในความเป็นห่วงของเหล่าคนใช้ แม่บ้านชราแอบมองร่างเล็กด้วยสายตาอบอุ่น
สึนะมองซ้ายทีขวาทีอย่างกระวนกระวาย ร่างเล็กเดินอย่างเร่งรีบจนไปชนกับร่างนึงเข้า
“ขอโทษครับ” หนุ่มผมน้ำตาลเงยหน้าขึ้นก็พบกับหญิงชราที่ถือข้าวต้มมาให้เขาวันที่มาอยู่บ้านฮิบาริวันแรก
ตาสีเทาอมดำมองคนที่กล่าวขอโทษอย่างอ่อนโยน ก่อนจะยิ้มอย่างไมตรี “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ว่าแต่คุณซาวาดะหาอะไรอยู่หรือค่ะ”
“คุณฮิบารินะครับ เขาหายไปไหนก็ไม่รู้” สึนะพูดอย่างร้อนรน สีหน้ากระวนกระวายนั้นทำให้หญิงชราอดขำไม่ได้ “คุณหนูนอนพักอยู่ที่ห้องนอน ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบ ร่างเล็กก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ขอบคุณนะครับ” สึนะโค้งตัวอีกครั้งแล้ววิ่งจากไป
-ห่วง?.......งั้นหรอ -
ห่วง?.......เราเป็นห่วงเขาขนาดนี้เลยหรอ ทำไมกันนะ ………….
“คุณทาโนะ....” เสียงของหญิงสาวคนใช้ ทำให้หญิงวัยชราร่างเล็กต้องหันกลับไป “มีอะไรหรือ”
“เมื่อกี๊ดิฉันสวนทางกับคุณซาวาดะ ท่าทางเร่งรีบจังเกิดอะไรขึ้นรึเปล่าค่ะ”
ทาโนะหัวเราะเบาๆ “ก็ไปหาคุณหนูนั้นแหละ” หญิงสาวตาเบิกกว้างอย่างตกใจ
“แบบนี้คุณซาวาดะก็ตกอยู่ในอันตรายสิ!! คุณหนูยิ่งหงุดหงิดง่ายด้วย ยิ่งถ้าถูกรบกวนจนตื่นละก็....”
แค่คิดก็ขนลุกไปทั้งตัว ว่าแล้วร่างสูงโปร่งของหญิงสาวรีบวิ่งไปห้ามปรามผู้ที่คาดว่าจะซวย แต่ก็ถูกแม่บ้านชราห้ามไว้ “ไม่ต้องห่วงไปหรอก ถ้าเป็นคุณซาวาดะรับรองไม่เป็นอะไรแน่”
ร่างบางครุ่นคิดไปตลอดทาง นั้นสิ ทำไมเขาต้องห่วงชายคนนี้หนักหนาด้วย และอีกอย่างคนที่แข็งแกร่งแบบนั้นไม่เห็นมีอะไรต้องเป็นห่วงนี้นา
สึนะหยุดเดินเมื่อมาถึงประตูห้องนอนของร่างสูง เจ้าของผมสีน้ำตาลจึงตัดสินใจเคาะประตูขออนุญาต
ก๊อกๆๆๆๆ
ไม่มีเสียงตอบ และอีกอย่างประตูก็ไม่ลงกลอนด้วย สึนะจึงถือโอกาสเปิดประตูเข้าไป
ห้องคุ้นตาที่สึนะเคยนอน เตียงนอนสำหรับ 1 คนแต่กว้างพอที่ยัดเขาเข้าไปร่วมนอนได้
คิดแล้วก็เวทนาในความตัวเล็กของเขาจริงๆ …………….
บนเตียงนั้นมีร่างที่เขาตั้งใจมาหาหลับใหลอยู่ สึนะก้าวเดินเข้าไปหาอย่างเบาๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่น ความเงียบในห้องทำให้สึนะได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่อยู่ในห้วงนิทรา
เรือนผมน้ำตาลรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มผุดบนใบหน้านวล ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นใกล้เตียงมองใบหน้าคนที่หลับ แล้วเลื่อนลงมายังบาดแผลที่ถูกปิดด้วยผ้าพันแผลสีขาวที่เปื้อนเลือดเป็นวงด่างออกมา
-เลือดยังไหลไม่หยุดสินะ – ใบหน้าจ้องมองแผลไหล่ซ้ายของฮิบาริอย่างกังวล แม้จะไหลน้อยลงกว่าครั้งที่แล้ว
แต่ยังไงก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
นัยส์ตาสีน้ำตาลเหม่อลอยไปเรื่อยๆ จนสะดุดเข้ากับกรอบรูปสีน้ำตาลตรงโต๊ะข้างๆหัวเตียง ร่างเพรียวลุกขึ้นเดินเข้าไปมองรูปในนั้น รูปของชายร่างสูงอายุราว 25-26 ปี ใบหน้าขรึม ผมสีดำสนิท ดวงตาสีนิลคมฉายแววไม่หยี่ระต่อสิ่งใดยืนเคียงคู่กับหญิงสาววัยเดียวกัน ผมสีน้ำตาลยาวสลวย ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตที่ดูอ่อนโยน
-ใครกันนะ- สึนะมองรูปถ่ายคู่อย่างสงสัย มองแค่ครั้งเดียวก็ทำให้สึนะรู้สึกอดปลื้มไม่ได้
ฝ่ายชายดูเป็นผู้น่าเกรงขาม สง่างาม ใบหน้าหล่อเหลา ในขณะที่หญิงสาวกับงดงามราวกับนางฟ้าผู้เมตตา
เสียงเปิดประตูดังขึ้น หญิงชราคนนั้นปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมส่งยิ้มให้สึนะเช่นเคย
“ท่าทางคุณหนู คงจะอาการหนักพอควรเลยนะค่ะ” เสียงแหบๆของสาววัยแก่ดังขึ้น แม่บ้านเดินเข้ามาหาคนที่หลับใหลก่อนจะใช้มือที่เหี่ยวย่นปัดปอยผมสีดำสนิทของฮิบาริ อย่างรักใคร่และเอ็นดู
สึนะจ้องมองการกระทำของหัวหน้าแม่บ้านอย่างไม่วางตา การกระทำแบบนี้ถ้าเป็นคนอื่นละก็คงโดนตะเพิดออกมา หรือไม่ก็ระบบไปทั้งตัวจากทอนฟาเป็นแน่
คุณยายคนนี้ เป็นใครกันแน่!?
หนุ่มน้อยตื่นจากความคิดเมื่อหญิงชราลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะเรียกสึนะให้ออกมาจากห้อง
“คุณซาวาดะ ปล่อยให้คุณหนูพักผ่อนคนเดียวไปก่อนเถอะค่ะ” สึนะพยักหน้า ร่างบางเดินตามหลังของหญิงชรา
พอจะพ้นเขตห้องนอนของฮิบาริ สึนะหันกลับไปมองคนที่หลับอย่างสงบก่อนจะปิดประตูห้องลง
ด้วยความสงสัยที่คงค้างคาใจอยู่ ร่างบางตัดสินใจเดินตามแม่บ้านผู้มากปริศนาผู้นี้ไปเรื่อยๆ จนถึงสวนในบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวที่มีการจัดวางอย่างเรียบร้อย บ่อน้ำพุที่ไหลเอื่อยเบาๆ ผู้ถูกตามนั่งลงตรงระเบียงไม้ก่อนจะหันมายิ้มให้ชายหนุ่มหนาหวาน “มีอะไรหรือค่ะ คุณซาวาดะ”
สึนะนิ่งเงียบนาน จนได้ยินแต่เสียงนกร้องในสวนและเสียงน้ำไหลจากกระบอกไม้ไผ่
“คือ.......” สึนะทำลายความเงียบนั้นลง “คุณเป็นใครหรือครับ ดูคุณสนิทกับคุณฮิบาริ.....”
คนถูกถามหัวเราะเบาๆออกมา ทำให้สึนะรู้สึกอาย จึงรับงุดหน้าลงเข้าไปใหญ่
เสียงหัวเราะหยุดลง ดวงตาสีเทาอมดำมองคนหน้าแดงด้วยสายตาเอ็นดู มือเหี่ยวย่นผายออกให้สึนะนั่งลงข้างๆตัว
เด็กหนุ่มทำตามอีกฝ่ายด้วยท่าทางเก้งก้าง ถึงแม้จะเป็นเพียงแม่บ้านแต่กริยา ท่าทางดูเป็นผู้ดีอย่างบอกไม่ถูก
จนสึนะอดไม่ได้ที่จะประหม่าต่อหน้าคนๆนี้
“ อิฉันชื่อริทซึกิ ทาโนะ เป็นแม่นมของคุณหนูค่ะ” ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างขึ้น
หมายความว่าหญิงชราผู้นี้ ก็คือแม่นมของคุณฮิบาริอย่างงั้นหรอ!
-มิน่าละ สายตาที่มองคุณฮิบาริถึงได้ดูอ่อนโยนเหมือนแม่ที่มองลูกไม่ผิดเพี้ยน –
“แล้วที่บอกว่าคุณฮิบาริอาการหนักนี้ หมายความว่ายังไงกันแน่ครับ” สึนะถาม
“คุณหนูมีเรื่องตีกับคนไม่เว้นแต่ละวันก็จริง แต่ทุกครั้งที่กลับมาคุณหนูก็จะดำเนินกิจกรรมตามปกติเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเสมอ”
สึนะอ้าปากค้าง แม้จะกลับมาบ้านเลือดท่วมตัว(เลือดของผู้เคราะห์ร้าย)หมายความว่าคนบ้านนี้ก็เห็นเป็นเรื่องชิวๆงั้นหรอ
สุดยอดจริงๆคุณฮิบาริ.......ไม่มีความรู้สึกเอียนหรือผิดอะไรกับเขาบ้างรึไงนะ......
“แต่ว่าครั้งนี้แม้คุณหนูจะไม่พูดเรื่องแผลที่ไหล่ซ้าย แต่พวกเราคนใช้ก็สังเกตเห็นได้ และถึงแม้จะไม่แสดงความรู้สึกออกมา แต่อิฉันก็รู้ว่าคุณหนูต้องอาการหนักพอควรแน่ ถึงได้เข้านอนแต่หัววันแบบนี้ ”
สึนะก้มหน้าลง ดวงตาคู่งามจ้องมองมือเล็กๆของเขาที่สั่นระริก
นี้เราจะปกป้องใครไม่ได้เลยหรือ
หรือจริงๆแล้วเราเป็นตัวถ่วงกันแน่
ขนาดคนเก่งกาจอย่างคุณฮิบาริก็ยัง.............บาดเจ็บเพราะเรา............................
ทันใดนั้นความหยาบกร้านก็เข้าสัมผัสแก้มใสของสึนะ มือเหี่ยวแห้งของทาโนะแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นจนทำให้ใจที่สับสนและเศร้าหมองของสึนะค่อยๆหายไป
“คุณหนูเป็นคนเก่ง อิฉันรู้ดี ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ” เสียงอ่อนโยนช่วยบรรเทาจิตใจของสึนะ รอยยิ้มไร้เดียงสาผุดขึ้นบนใบหน้าสวยนั้น
“เห็นที อิฉันคงต้องไปทำงานต่อแล้ว ขอตัวก่อนนะค่ะ” ทาโนะลุกขึ้นอย่างช้า แล้วเดินหันหลังกลับเข้าบ้าน
“เดี๋ยวครับคุณทาโนะ” เสียงเรียกของสึนะ หญิงชราจึงหยุดเดินแล้วหันกลับมา “มีอะไรหรือค่ะ”
“อะ...เออ...เปล่าครับ..มะ..ไม่มีอะไรครับ” สึนะยิ้มแห้งๆแล้วโค้งตัวขอโทษ ทาโนะยิ้มเช่นเคยก่อนจะโค้งตอบแล้วหายเข้าไปในบ้าน ร่างบางถอนหายใจ ดวงตาจ้องมองก้อนเมฆที่ลอยเอื่อยใต้ท้องฟ้ายามเย็น
“ความจริง...เราก็ยังมีเรื่องอยากถามตั้งเยอะ...แต่ว่า...”
ถ้าถามมากไป ก็กลัวว่าจะโดนหาว่าสอดรู้อีก แต่ถึงยังไงก็อยากรู้ อยากรู้จักคนไร้ความรู้สึกอย่างฮิบาริให้มากกว่านี้ อยากรู้อะไรหลายๆอย่างในตัวคนๆนั้น
“โอ๊ยยย นี้เราจะสนใจเรื่องของเขาไปทำไมเนี้ย!!” สึนะบอกกับตัวเอง ร่างเล็กส่ายหัวฟูๆไล่ความคิดสาระแนออกไปจากสมอง แต่เรือนผมน้ำตาลก็ต้องสะดุดกับประโยคหลังที่ตัวเองพูดไปเมื่อกี้
...................................................สนใจ!?
“!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ใบหน้าสวยขึ้นสีทันที แดงเถือกไปถึงหู สึนะรีบวิ่งเข้าบ้านอย่างไม่รีรอ
-สนใจงั้นหรอ...สนใจคุณฮิบาริ –
นี้เรา.....คงไม่ได้หลงรักคุณฮิบาริหรอกนะ
ร่างเล็กก้าวจ้ำอ้าวๆ โดยไม่ได้สังเกตสายตาของทาโนะที่มองชายร่างบางอย่างเงียบๆ
รอยยิ้มแต่งแต้มขึ้นบนใบหน้าของผู้มากประสบการณ์ นัยส์ตาสีเทาลอบมองแผ่นหลังเล็ก
-คุณซาวาดะนี้ ไร้เดียงสาจริงๆ –
“ สุดท้ายนายหญิงตระกูลฮิบาริก็ไม่พ้นลักษณะนี้จนได้นะค่ะ คุณผู้ชาย” หญิงชราหันไปมองรูปคู่ชายหญิงขนาดใหญ่ที่แปะอยู่ในห้องรับรองแขก รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าราวกับกำลังสื่อสารกับคนทั้ง 2ในรูป
.
.
.
.
.
“อืมๆเข้าใจแล้ว ช่วยส่ง FAX มาให้ฉันด้วยละ” เด็กทารกวางหูโทรศัพท์ลง เด็กชายวัย 5 ขวบในชุดสูทสีดำนั่งพิงพนักเก้าอี้ มือเล็กหยิบแก้วกาแฟรสโปรดไม่เข้ากับวัยมาจิบรอ
ผ่านไป 2 นาทีสัญญาณFAX ดังขึ้น นิ้วเล็กกดปุ่มรับสัญญาณ เอกสารขนาดA4ค่อยๆทยอยออกมาเรื่อยๆ จนในถึงแผ่นสุดท้าย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ทารกชายรับขึ้นมา “อืม...เอกสารอยู่ในมือฉันแล้ว งั้นแค่นี้ก่อนละกัน”
เมื่อวางหูโทรศัพท์ลง เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนดังขึ้นจากข้างหลัง
“ได้เรื่องจากหน่วยข่าวกรองแล้วหรอ รีบอร์น”
“ก็นิดหน่อย......ดูท่าพวกนี้จะไม่ธรรมดาแล้วละอิเอมิสึ” อัลโกบาเลโน่กล่าวเสียงเครียด พร้อมยืนเอกสารที่พึ่งได้รับมาให้ชายวัยกลางคนดู
“นี้มัน...” อิเอมิสึเบิกตากว้าง ภาพศพของชายใส่สูทราวๆ 8 -9 คนที่ถูกฟันจนเละไม่มีชิ้นดี ด้วยอาวุธที่คาดว่าน่าจะเป็นดาบหรือของมีคมอะไรซักอย่าง ผู้มากประสบการณ์แค่มองแวบเดียวก็รู้ได้ทันที ว่านี้เป็นการฆ่าที่มีกระบวนท่าและมีฝีมือสูงมากจนน่ากลัว เพราะใบหน้าของผู้ที่ตายมีแต่เพียงความหวาดกลัว ไม่ได้มีสีหน้าเจ็บปวดแต่อย่างใดแสดงว่าเป็นการลงมือที่รวดเร็ว แม่นยำ จนผู้ตายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
มันไม่ใช่การฆ่าเรื่อยเปื่อย แม้ตำรวจจะลงข่าวว่าเป็นเพียงการตีกันของแก๊งอันธพาลแถวๆนั้น แต่ภาพในรายงานที่หน่วยข่าวกรองวองโกเล่แฟมิลี่ได้มา สร้างความเครียดให้ทั้ง 2 คนได้เป็นอย่างดี
“ฝีมือขนาดนี้ พวกผู้พิทักษ์ในตอนนี้คงไม่มีทางสู้ได้แน่” ชายวัยกลางคนวางเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของนักฆ่าจิ๋ว “รีบอร์น ส่งสึนะกลับมาเถอะ ให้ไปอยู่ในที่กบดานของวองโกเล่ที่อิตาลีก่อนก็ได้”
รีบอร์นส่ายหน้าเป็นคำตอบ อิเอมิสึทำท่าจะเถียงแต่ก็ถูกรีบอร์นชิงพูดก่อน
“ฉันรู้ว่านายเป็นห่วงลูก แต่ต่อให้เราส่งสึนะไปที่นั้นก็ใช่ว่าจะปลอดภัย เผลอๆอาจถูกพวกมันชิงตัวไปโดยที่
บรรดาผู้พิทักษ์ก็ได้แต่ยืนสลอนที่ญี่ปุ่นโดยทำอะไรไม่ได้ก็แค่นั้น” คำพูดที่มีเหตุผลของรีบอร์น
ทำให้อิเอมิสึนิ่งเงียบไป
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ สึนะอยู่ที่นั้นปลอดภัยที่สุดแล้ว” รีบอร์นพูดปลอบ
ร่างสูงใหญ่ถอนหายใจ ก่อนจะถามกลับ “เราจะรู้ได้ไง ถ้าเกิดวันดีคืนดีเจ้าพวกนั้นเกิดบุกเข้ามาละ”
เด็กทารกยิ้มขึ้น จนชายวัยกลางคนต้องขมวดคิ้วลงอย่างงงงวย
กับรอยยิ้มแปลกประหลาดของอัลโกบาเลโน่
“อิเอมิสึ นายรู้จักฮิบาริ เคียวยะดีแค่ไหน ”
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Dec 19, 2008 1:55 pm Post subject: |
|
|
Part 13
ใบหน้าคมค่อยลืมตาขึ้นดวงตาสีนิลมองไปยังนาฬิกาปลุกที่ตั้งอยู่ตรงหัวเตียง
-เที่ยงแล้วหรอ - ก่อนจะยันกายลุกขึ้นจากเตียง ฮิบาริปลดกระดุมชุดนอนออกก่อน ดวงตาสีนิลมองแผลกระสุนที่พันผ้าไว้ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วเดินเข้าไปหยับเสื้อในตู้เสื้อผ้าออกมาเปลี่ยน
แม้วันนี้จะเป็นวันเสาร์พอดี แต่ก็มีงานที่ต้องทำในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการนักเรียนจนล้นมือกองอยู่ที่โต๊ะ
ถ้าเป็นปกติเขาคงจะแต่งชุดนักเรียนไปโรงเรียนเพื่อเคลียร์งานแล้ว
ทว่าเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวานที่เกิดขึ้นเขาฮิบาริจึงตัดสินใจดองงานไว้และขอพักอยู่บ้านเงียบๆน่าจะดีกว่า
หลังจากแต่งตัวเสร็จ ฮิบาริในชุดอยู่บ้านเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์เดินออกมาจากห้อง
ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงร้องของคนใช้ในครัวจนฮิบาริต้องประหลาดใจ
“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพวกดิฉันทำเอง” เสียงหญิงสาวดังขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอก ให้ฉันทำเถอะนะ รับรองฝีมือฉันไม่ห่วยแตกหรอก” เสียงใสๆตอบกลับมา
เป็นเสียงที่เขาจำได้ เสียงของเจ้าสัตว์กินพืชนั้น
ครืด!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงประตูเปิดขึ้นพร้อมกับชายหนุ่มผมดำที่ทำหน้าตาเย็นชาไร้อารมณ์เป็นปกติเหมือนทุกที
“คะ...คุณหนู..” สาวใช้ในห้องครัว 3 คนร้องพร้อมกัน สึนะหันออกจากหม้อที่กำลังเดือดปุดๆ คาดว่าคงต้มหรือไม่ก็แกงอะไรซักอย่าง “พวกเธอออกไปก่อน”
พวกสาวใช้โค้งตัวก็จะรับเดินออกไป เหลือเพียงร่างบางในชุดผ้ากันเปื้อนและร่างสูงในเสื้อผ้าที่สึนะไม่เคยเห็นมาก่อน “ทำอะไรของแก งานแบบนี้ให้พวกคนใช้ทำก็ได้”
เสียงดุๆกล่าวขึ้น ทำให้สึนะก้มหน้าลง มือเรียวบิดผ้ากันเปื้อนไปมา ดวงตาสีน้ำตาลที่หลุบลง
“ ผมก็แค่ อยากทำประโยชน์ให้คุณฮิบาริบ้างก็เท่านั้น”
เงียบ............มีแต่ความเงียบ...ที่ครอบคลุมคนทั้งคู่ เว้นเพียงเสียงน้ำเดือดปุดๆ และเสียงแก๊ซจากเตาเท่านั้นที่ดังต่อเนื่อง
“ตามใจแก อยากทำอะไรก็ทำ” ฮิบาริพูดจบแล้วเดินออกจากห้องครัวไป ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังที่ค่อยหายไป รอยยิ้มดีใจผุดขึ้นบนหน้า “เอาละ จะทำให้สุดฝีมือเลย...”
-อีกแล้ว – ฮิบาริมองห้องครัวที่เขาเดินออกมาจากจุดห่างไกลพอควร
พอเห็นสีหน้าแบบนั้นที่ไร......ก็อดไม่ได้ที่จะตามใจ..... ตั้งแต่ที่โรงพยาบาลแล้ว
คนอย่างเขาไม่มีทางยอมให้อะไรใครง่ายๆแน่ เขารู้ดี...........และก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด
แต่ทำไม........พอเป็นเจ้าสัตว์กินพืชนี้...................................................................
เรากลายเป็นคนใจอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ................................................
“มาแล้วครับคุณฮิบาริ” เสียงร่าเริงดังขึ้น พร้อมสึนะที่เดินเข้ามาพร้อมกับถาดชุดอาหารในมือ
ชุดอาหารดังกล่าวถูกจัดวางบนโต๊ะกินข้าว หน้าร่างสูงที่นั่งเงียบไม่พูดอะไร สึนะวางอาหารของฮิบาริเสร็จก็หันมาจัดวางของตัวเองบ้าง ดวงตาสีนิลจ้องมองร่างบางอย่างไม่วางตา แต่พอสึนะจัดอาหารเสร็จแล้วทรุดนั่งตรงเบาะด้านตรงข้าม ฮิบาริก็เฉสายตาไปทางอื่นจนสึนะไม่อาจสังเกตเห็นได้
“เออ..ลองชิมดูสิครับ” สึนะพูด ฮิบาริหยิบตะเกียบขึ้นมา ความจริงอาหารที่ร่างบางทำมันก็เป็นแค่อาหารพื้นๆธรรมดา แต่ทำไม......ใจถึงได้เต้นตึกตักแบบนี้ก็ไม่รู้........
ฮิบาริคีบไข่ม้วนเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเงียบๆ อาหารกลืนลงไปในคอ สึนะที่จ้องมองจนตัวเกร็งจึงรีบถามทันที
“เป็นไงบ้างครับ” ฮิบารินิ่งเงียบ ไม่มีการตอบอะไรจนสึนะชักระแวง
-หรือเราจะทำไม่อร่อย- สึนะคิดได้ยังงั้นใบหน้าที่ดูจริงจังก็หดหู่ลง
“แกทำของแบบนี้เป็นด้วยหรอ” ฮิบาริถาม สึนะเงยหน้าขึ้น
“ครับ... คือผมอยู่กับแม่ 2 คนเลยต้องช่วยแม่เข้าครัวบ่อยๆนะครับ” ฮิบาริไม่พูดอะไรแล้วก็หยิบกับข้าวมากินต่อ
สึนะลอบมองอีกฝ่าย ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าฝีมือเขาก็ไม่เลวร้ายมากจนอีกฝ่ายกลืนไม่ลง
ร่างบางจึงกินข้าวบ้าง ฮิบาริมองสึนะ ก่อนจะเลื่อนลงมามองอาหารที่อยู่ตรงหน้าตัวเอง
-อร่อย...- ฮิบาริคิด แต่จะให้พูดตรงๆเขาก็ไม่กล้าพูด ทำไงได้เกิดมาไม่เคยชมใครเลยซักคน แล้วยิ่งให้เป็นเจ้าสัตว์กินพืชนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่
เมื่อทางอาหารเสร็จสึนะก็เก็บจานเตรียมล้าง ก่อนจะออกจากห้องไป เสียงทุ้มก็ดังขึ้น
“เรื่องทำอาหาร ถ้าแกอยากทำฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ” สึนะยิ้มหวานขึ้นทันที “ขอบคุณครับคุณฮิบาริ”
ร่างบางล้างจานพร้อมฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
ดีใจ.............ดีใจที่ได้ทำประโยชน์ให้คุณฮิบาริ ขอแค่ให้เขารู้สึกว่าเรามีค่าก็ดีใจมากมายแล้ว............
“นี้เธอเป็นใครเข้ามาที่นี้ได้ไง” เสียงตะโกนโหวกเหวกของคุณลุงคนสวนดังขึ้น ทำให้สึนะต้องชะงักการล้างจานเปิดหน้าต่างพร้อมชะโงกหัวมองต้นเสียง
“อย่ามาขว้าวทางฉันนะ ถ้าไม่อย่างไปตายละก็” เสียงคุ้นหูดังขึ้น ทำให้สึนะรู้ทันทีว่าเป็นใคร ว่าแล้วร่างบางก็รีบกระโจนวิ่งออกไปข้างนอกให้เร็วที่สุด
ไม่งั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่.........................
“นี้แก...เป็นใครเนี้ย” ลุงแก่ร้องตกใจเมื่อคนใช้ผู้ชายทั้งหลายนอนสลบใต้กองเท้าของชายหนุ่มเรือนผมเงิน ร่างเพรียวบางและใบหน้าสวยที่ดูดุดัน ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองอย่างหาเรื่อง
“ถ้ามาขวางอีกละก็....ตายแน่” ไม่พูดเปล่าระเบิดที่ซ่อนไว้ตามตัวก็ถูกชักออกมา บรรดาพวกที่ขวางพากันถอยหนี
“หยุดนะโกคุเทระคุง” เสียงหวานดังขึ้นทำให้หนุ่มลูกครึ่งต้องหันกลับไปมอง ทันทีที่เห็นสึนะ กริยาก้าวร้าวก็เปลี่ยนเป็นสุภาพขึ้นทันที
“รุ่น 10!!!!!!!!!!!!!”
ไม่พูดเปล่าร่างเพรียวราวหญิงสาวก็กระโจนเข้ากอดสึนะแน่นเสียจนร่างบางหายใจแทบไม่ออก
“ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ ผมได้ข่าวว่ารุ่น 10 โดนดักทำร้ายระหว่างกลับกับไอ้โรคจิตนั้น”
ที่ไม่เป็นนะ........กำลังจะเป็นแล้ว หายใจไม่ออกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!
นัยส์ตาสวยมองเห็นสึนะหน้าเขียว จึงรีบปล่อยคนตัวเล็กออกจากอ้อมแขน
“ไม่เป็นไรนะครับ ผมดีใจไปหน่อยก็เลย......” สึนะอ้าปากสูดอาการหายใจให้เต็มปอด
“ไม่เป็นไรหรอกโกคุเทระคุง ฉันสบายดี”สึนะตอบพร้อมยิ้มให้ โกคุเทระคุกเข่าลงแล้วเอาหัวโขกกับพื้นดังโป๊กๆปากก็พูดขอโทษไปด้วย ทำเอาสึนะเสียวไส้เกรงว่าคนข้างหน้าจะหัวแตกก่อนซะนี้
“พะ...พอเถอะ..ลุกขึ้นมาเถอะนะฉันไม่โกรธอะไรหรอก แค่โกคุเทระเป็นห่วง...ฉันก็ดีใจมากแล้ว”
ใบหน้าสวยเงยหน้ามองหนุ่มผมน้ำตาลฟู ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอก
“ว่าแต่รู้ได้ไงว่าฉันโดนดักจับ” สึนะถาม
“ผมได้ข่าวจากคุณรีบอร์นนะครับ” เจ้ารีบอร์นงั้นหรอ หมายความว่ามันรู้เรื่องแต่ไม่ช่วยกันเลยเนี้ยนะ
หนอยยยยยยยย.........รีบอร์น!!!!!!!!!!!!!
สึนะคิดแค้นครูสอนพิเศษ คอยดูนะ...จะต้องถามให้รู้ความจริงให้ได้เลย..................
“แกมาทำอะไรที่นี้ ” เสียงเย็นเชียบดังขึ้น ทำให้สึนะถึงกับเหงื่อแตกทันที “คุณฮิบาริ...”
ร่างสูงเรือนผมดำปรากฏขึ้นจากด้านหลัง ไม่โผล่มาเปล่า
แต่ถือทอนฟามาด้วย!!!!! 0[]0
“ดะ...เดี๋ยวก่อนคุณฮิบาริ โกคุเทระคุงเขาแค่มาเยี่ยมผมเฉยๆ” ดวงตาสีนิลจ้องมองร่างเพรียวที่มองเขม็งไม่แพ้กัน
“เหรอ....แล้วที่คนใช้บ้านฉันนอนเจ็บตัวนั้นมันอะไร” ฮิบาริไม่พูดเปล่าร่างสูงพุ่งเข้าพร้อมทอนฟาที่เตรียมฟาดใส่โกคุเทระ ซึ่งอีกฝ่ายก็มีระเบิดในมือเหมือนกัน
ถึงโกคุเทระจะมีฝีมือดีไม่แพ้ใคร แต่ถ้าเทียบกับฮิบาริแล้วก็ยังห่างไกลนัก ยิ่งตอนนี้พี่แกท่าทางอารมณ์เสียซะด้วย “หยุดได้แล้วทั้ง 2 คน ถึงมาสู้กันตรงนี้แล้วได้อะไรขึ้นมา” สึนะตะโกนห้ามเสียงดัง
ทำให้ทั้ง 2 ที่ชักอาวุธมาถึงกับชะงัก “รุ่น 10...” เรือนผมเงินนิ่งเงียบแล้วเก็บระเบิด ก่อนจะหันมามองร่างสูง
“เพราะรุ่น 10 ห้ามไว้นะ” ร่างบางพูดเสียงแข็งใส่
“หึ....สัตว์กินพืชอย่างแกมีปัญญาทำอะไรฉันได้ แต่ถ้าอยากจะเป็นผีเฝ้าบ้าน ฉันก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ” หนุ่มผมดำตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยยัน
คำพูดของฮิบาริ ทำให้คนขี้วีนอย่างโกคุเทระถึงกับสติแตกอีกครั้ง “ปล่อยผมนะ!!รุ่น10 ผมจะอัดมัน!!!!”
“โกคุเทระคุง!!พอได้แล้ว!!!!” สึนะรีบเข้าไปล็อกตัวคนโวยวาย ถ้าเป็นปกติละก็คนที่ทำหน้าที่นี้จะเป็น
ยามาโมโตะแท้ๆ
…เวรกำจริงกรู....................... T_T
เนื่องจากเจ้าของบ้านไม่เต็มใจรับแขก ร่างเล็กจึงตัดสินใจไปส่งโกคุเทระ เพื่อกันสงครามที่อาจเกิดขึ้นอีก
“ขอโทษนะครับที่ทำให้รุ่น 10 ต้องลำบาก” โกคุเทระกล่าวเสียงหงอย “ทั้งที่ตั้งใจมาดูแลรุ่น 10 แท้ๆแต่ผม..”
สึนะยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้ไม่ลำบากหรอกนะ ฉันดีใจมากเลยที่โกคุเทระมาเยี่ยมมันทำให้ฉันไม่รู้สึกเหงา ”
ร่างเพรียวยิ้มขึ้น ซึ่งสึนะก็ยิ้มตอบ “ถ้ายามาโมโตะอยู่ ก็คงจะดีกว่านี้”
ใบหน้าสวยที่ยิ้มเปลี่ยนสีหน้าลงทันที พร้อมกับรอยยิ้มเศร้าๆ
“นั้นสิครับ ถ้าเจ้าบ้านั้นอยู่ ป่านนี้มันคงหัวเราะและยิ้มน่าดูเลย” สึนะแอบมองใบหน้าสวยคมของโกคุเทระที่หม่นหมองลง เหมือนวันที่ร่างเพรียวยืนมองชายหนุ่มเบสบอลที่อยู่ในห้อง ICU
ไม่ใช่ว่าสึนะจะไม่รู้ถึงความรู้สึกที่ทั้ง 2 คนมีให้กัน ยามาโมโตะชอบแสดงความเป็นกันเองแบบเพื่อนก็จริง แต่ก็สังเกตเห็นได้ว่าร่างสูงนั้นมองโกคุเทระด้วยสายตายังไง ส่วนโกคุเทระก็เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ ชอบทำด่า
ยามาโมโตะอยู่เรื่อยๆ แต่พอเห็นสาวมาออเซาะร่างสูงผมดำนั้นที่ไร อาการโมโหร้ายของเรือนผมเงินก็โผล่มาทันที ตาที่สีเขียวอยู่แล้วยิ่งเขียวปั้ดเข้าไปใหญ่ที่ใครเห็นก็ต้องกลัว ร้อนจนต้องให้ยามาโมโตะไปง้อให้หายโกรธทุกทีสิน่า
“งั้นผมคงต้องกลับก่อน แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ”โกคุเทระโค้งลาสึนะ สึนะเองก็โบกมือลาเพื่อนสนิทเช่นกัน ก่อนจะวกกลับเข้าบ้านของฮิบาริไป
โกคุเทระเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆตามทางจนกระทั้งเกือบจะชนคนเข้า ดีที่ชะงักตัวไว้ทัน
“อะไรฟระ อย่างมีเรื่องหรือไง” เสียงหาเรื่องตามฉบับโกคุเทระดังขึ้น ดวงตาสีเขียวจ้องมองคนที่จะชน
ร่างสูงผมสีขาวเกรียนคุ้นตา มีพลาสเตอร์เปะไว้ที่ดั้งจมูก และผลแป็นตรงคิ้วด้านซ้าย
“อ้าว!!ไอ้หัวปลาหมึก” เรียวเฮทักทาย
“ไอ้หัวสนามหญ้า แกมาทำอะไรที่นี้ฟระ” โกคุเทระถาม ทันใดนั้น 2 สาวก็ปรากฏตัวด้านหลังไม่ใช่ใครอื่นหนึ่งสาวคือน้องสาวของเรียวเฮที่ต่างกันสุดขั้ว หญิงที่รุ่น 10 หลงนักหลงหนา (ในอดีต!?) ซาซางาวะ เคียวโกะ
และอีกหนึ่งสาวเอ๋อ ที่ชอบเพ้อว่าจะเป็นภรรยาของรุ่น 10 ให้ได้ มิอุระ ฮารุ
“มากันเยอะขนาดนี้ พวกแกจะไปไหนกัน” เคียวโกะยิ้มอย่างสดใสก่อนจะตอบ
“พวกเราว่าจะไปเยี่ยมยามาโมโตะคุงนะ โกคุเทระคุงจะไปด้วยกันไหมละ” คำชวนของเคียวโกะทำให้ร่างเพรียวอึกอักเล็กน้อย ใจจริงก็อยากไปแล้วก็กำลังจะไปอยู่แล้วด้วย แต่เพื่อฟอร์ม....เพราะฉะนั้น…..
“เชอะ...ไม่เห็นอยาก แต่พวกแกชวนก็ช่วยไม่ได้” ร่างเพรียวเดินไปรวมกลุ่มกับเรียวเฮ
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลนามิโมริ เรียวเฮก็เอ่ยถาม “มาเยี่ยมเจ้ายามาโมโตะบ่อยไหม”
โกคุเทระหน้าขึ้นสีก่อนจะทำวางมาด “ชิ....ฉันไม่ได้มาเยี่ยมเจ้าบ้านั้นบ่อยซะหน่อย แกอย่าพูดให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ไหมฟระ” ชายหนุ่มรุ่นพี่ทำหน้าเอ๋อ ส่วนเคียวโกะกับฮารุก็มองหน้ากัน
-ไม่มีใครเข้าบอกว่าเข้าใจอะไรผิดซะหน่อย –
ทว่านางพยาบาลคนหนึ่งเข็นเก้าอี้คนพิการเดินผ่านมาเห็นร่างบางผมเงิน จึงเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้ม
“ไง...มาเยี่ยมยามาโมโตะคุงทุกวันเลยนะ...ว่าแต่วันนี้พาเพื่อนมาด้วยเหรอ ยามาโมโตะคุงคงดีใจน่าดู”
ทั้ง 3 ยิ้มตอบ ส่วนโกคุเทระหน้าแตกเย็บไม่ขึ้นอย่างแรง
“ฮ่าๆๆๆที่แท้ เจ้าหัวปลาหมึกก็มาเยี่ยมเจ้ายามาโมโตะทุกวันนี้เอง” ชายหนุ่มนักมวยพูดพร้อมหัวเราะจนท้องแข็ง
2 สาวที่ตามมาก็หัวเราะ คิกๆ ทำให้ร่างบางหน้าแดงก่ำอายอย่างช่วยไม่ได้..........-*-
“ห้องนี้แหละ” เรือนผมเงินพูดเสียงห้วน ก่อนจะเปิกประตูเข้าไปในห้อง “เอ๋!?” เสียงอุทานของเคียวโกะดังทำให้โกคุเทระสงสัย หน้าตาของทั้ง 3 ดูงงๆอย่างแปลก ร่างเพรียวจึงหันไปมองในห้อง
ชายร่างสูงอายุราว 25 ปีผมสีแดงไฮไลท์เขียว ยืนมองร่างสูงที่ไม่ได้สติ “แกเป็นใคร” โกคุเทระตะคอกถาม หนุ่มผมแดงหันกลับมามองต้นเสียง ดวงตาสีเขียววาวโรจน์จ้องมองบุคคลที่มีตาสีเดียวกัน ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา
“แย่จัง มีคนเห็นซะแล้ว” พูดจบมือหนาก็ขว้างลูกบอลสีเงินลง ทันทีที่ลูกบอลกระทบพื้นก็เกิดเสียงระเบิดขึ้นพร้อมกับควันสีขาวที่ลอยคลุ้งขึ้นไปทั่วห้อง เรียวเฮรีบลากตัวเคียวโกะและฮารุออกจากห้องพยาบาลทันที ในขณะที่โกคุเทระยังติดอยู่ท่ามกลางหมอกควัน
“บ้าจริงระเบิดควัน!!!!” เสียงโวยวายของร่างบางดังขึ้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องตื่นตระหนก ดวงตาเขียวมรกตพยายามสอดส่องในม่านควัน ก็พบชายผมแดงกำลังปีนหน้าต่างพร้อมแบกร่างยามาโมโตะขึ้นบ่า
“หยุดนะ!!!!!!!!!” โกคุเทระวิ่งฝ่าม่านควันแล้วกระโดดทางหน้าต่างตามชายร่างสูงนั้นไป
“พี่ค่ะ จะไปไหน” เคียวโกะพูดน้ำเสียงสั่นเครือ “ ไม่ต้องห่วง ตอนนี้เคียวโกะอยู่กับฮารุที่นี้ไปก่อน รับรองเดี๋ยวพี่กลับมาแน่” เรียวเฮหายไปในหมอกควัน เหลือเพียงฮารุและเคียวโกะยืนจับมือปลอบใจกันและกัน
“ขออย่าให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเลย” ดวงตาสีส้มจ้องมองม่านควันสีขาวอย่างวิตกกังวล
ขาเพรียวสับวิ่งเต็มกำลังไล่ตามชายผมแดงไฮไลท์เขียว “บอกให้หยุดไง หนอย...” มือเรียวคว้าระเบิดแล้วปาใส่
แต่ชายผู้นั้นกลับวิ่งหลบได้พลิ้วจนโกคุเทระต้องตะลึง – ไอ้หมอนี้ หลบระเบิดเราได้สบายๆเลย -
“เฮ้!!!!!!!! เจ้าหัวปลาหมึก ไอ้หมอนั้นเป็นใคร ทำไมมันถึงแบกยามาโมโตะออกจากโรงพยาบาล”
เสียงของเรียวเฮที่วิ่งตามตะโกนถามจากด้านหลัง ร่างเพรียวยังคงวิ่งตามไอ้หัวแดงแล้วตะโกนตอบกลับมา
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่แบบนี้ต้องไม่ประสงค์ดีแน่”
“งั้นหรอ ถ้างั้นก็ตามไปช่วยยามาโมโตะสุดหูรูดไปเลย!!!!!!!” ว่าแล้วพี่แกก็ฮึดวิ่งฉับๆไปอย่างรวดเร็วจนนำหน้าโกคุเทระทิ้งห่างเหลือเพียงควัน
ร่างสูงหยุด |
|
| Back to top |
|
 |
blood_hana - Member in Gang -
Joined: 10 Feb 2008 Posts: 15
|
Posted: Fri Dec 19, 2008 1:56 pm Post subject: |
|
|
โกคุเทระทิ้งห่างเหลือเพียงควัน
ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงที่สนามเด็กเล่น พร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กชายผมเขียวจากอุโมงค์หลุมดำ
“สำเร็จ!!เป็นไปตามแผน!!!” เจสก้าร์กล่าวชื่นชม แต่แกรนกลับตอบเสียงเครียด
“แต่ว่ามันแย่หน่อยนะ เผอิญมีพวกจุ้นไม่เข้าเรื่องตามมาด้วย” คิ้วทั้ง 2 ของเด็กชายเลิกขึ้น
เสียงฝีเท้าของผู้มาเยือนใกล้เข้ามาเรื่อยๆจน ร่างของชายร่างเพรียวบางผมสีเงิน และหนุ่มผมขาวเกรียนปรากฏต่อหน้าผู้ลักพาตัวผู้พิทักษ์แห่งพิรุณ
ดวงตาสีเขียวของโกคุเทระเบิกกว้างเมื่อเห็นหน้าเด็กชายผมสีเขียวชี้ไม่เป็นทรง ดวงตาสีฟ้าครามที่ยากแก่การลืมเลือน “ แก!!!!เจ้าเด็กนั้น” โกคุเทระชักระเบิดพร้อมสู้
“รู้จักกันหรอ” หนุ่มผมขาวถาม
“ไอ้หมอนี้นี่แหละที่ทำร้ายยามาโมโตะจนเป็นแบบนี้ไงละ” เรียวเฮหันกลับไปมองเด็กชายตัวเล็กอย่างไม่เชื่อสายตา
“ผมไม่ได้ชื่อไอ้เด็กนั้นนะ ชื่อของผมคือ เจสก้าร์ มากาเร็ต ” เด็กชายตอบเสียงใสกวนประสาทเช่นเคยโกคุเทระแยกเคี้ยวใส่ มือกำระเบิดแน่น “ส่งยามาโมโตะมาซะ ไม่งั้นได้เห็นดีแน่”
เด็กชายหัวเราะเสียงลั่น ร่างบางสติขาด จุดระเบิดเควี้ยงใส่ในทันที “ระเบิด 2เท่า ”
บรึ้ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงระเบิดดังสนั่น เรียวเฮกระโดดถอยออกจากรัศมีแรงระเบิดนั้นพร้อมกับโกคุเทระ
“สำเร็จไหม” ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น ม่านบาเรียครึ่งวงกลมจากพื้นดินเข้าป้องกันร่างทั้ง 2 ไว้เหมือนเช่นคราวก่อนที่เคยปะทะกัน “แย่หน่อยนะไอ้หนู ไม่รู้รึไงในแฟมิลี่เรา เจสก้าร์คือคนที่มีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด”
เสียงห้าวกล่าวขึ้นจากร่างสูงที่แบกยามาโมโตะไว้ เจสก้าร์หัวเราะน้อยๆก่อนจะพูดต่อ
“จะกี่ที่ก็เหมือนเดิมแหละน่า ...คุณนี้ไม่มีสมองเอาซะเลย”
“แก!!!!!!!!!!!!!!!!” เรียวเฮวิ่งเข้าไปคว้าแขนคนบ้าเลือดไว้
“ใจเย็นก่อนเจ้าหัวปลาหมึก ถ้านายพลีพลามแบบนี้ ดีไม่ดีอาจโดนยามาโมโตะด้วยก็ได้” เรียวเฮกล่าวอย่าง
เยือกเย็น แม้ปกติเขาจะเป็นคนใจร้อนบุ่มบ่ามก็จริง แต่ตอนนี้เรือนผมเงินนั้นร้อนยิ่งกว่า ยิ่งตอนนี้โกคุเทระกำลังโกรธอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุที่โหมกระหน่ำพร้อมทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้ทุกเมื่อ
“ฝีมือของพวกคุณทั้ง 2 นะไม่ใช่คู่มือของผมกับแกรนหรอก แต่เอาเหอะ...สายตานักสู้แบบนั้นถ้าไม่ได้ละเลงเลือดก็คงเสียดายแย่” เจสก้าร์พยักหน้าให้ร่างสูง แกรนดีดนิ้ว ร่างของชายฉกรรจ์ 2 คนก็ปรากฏขึ้นจากหลังเสา
โกคุเทระและเรียวเฮหันไปมองผู้มาใหม่อย่างระวังตัว ชายร่างผอมสูงผมดำยาวรวบไว้ด้านหลัง ผิวซีดหน้าตาเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอก กับชายอ้วนตัวใหญ่ยักษ์ผมสีเหลืองเกรียน ใบหน้าเหี้ยมแสยะยิ้มออกมา
เรือนผมเขียวยกคธาและวาดลงกลางอากาศ หลุมดำเหมือนอุโมงค์มิติปรากฏขึ้น ดวงตาสีครามจ้องมองผู้พิทักษ์ทั้ง2 อย่างขบขัน “ขอให้สนุกกับการต่อสู่ที่เกิดต่อจากนี้นะครับ” แกรนกระโดดเข้าหลุมดำนั้นพร้อมร่างยามาโมโตะ และเจสก้าร์คนสุดท้าย
“หยุดนะ!!!!!!!” โกคุเทระร้องเสียงหลง ขาเพรียวรีบขยับวิ่งตามให้ทันหลุมดำที่กำลังจะปิดตัวลง
ร่างของชายสูงผอมก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วเข้าขวางทางเรือนผมเงินไว้ “ไม่ให้ตามไปได้หรอก” พูดจบก็เลียปากตัวเองใบหน้าเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมาไม่แพ้ ชายอ้วนที่ประจันหน้ากับเรียวเฮ
“ช่วยไม่ได้เห็นที่ฉันคงต้องส่งแกไปนรก โทษฐานที่มาขวางทางฉัน” โกคุเทระพูด
“นั้นซิ สนุกกันให้สุดหูรูดไปเลยละกันเจ้าหัวปลาหมึก” เรียวเฮตอบพร้อมตั้งการ์ดมวยขึ้น
การต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มนับจากนี้............มันจะง่ายดายหรือยากหินสำหรับผู้พิทักษ์ทั้ง 2 กันแน่!?
TBC |
|
| Back to top |
|
 |
|